สัญลักษณ์พลาสติก (เลข 1-7)  ใช้ยังไงให้ปลอดภัย ทนความร้อนได้แค่ไหน?

สัญลักษณ์พลาสติก (เลข 1-7) ใช้ยังไงให้ปลอดภัย ทนความร้อนได้แค่ไหน?

รู้ไหมว่า... จาน ชาม หรือขวดน้ำที่เราถืออยู่ในมือทุกวัน ไม่ได้ถูกสร้างมาให้เหมือนกันหมด พลาสติกบางชนิดโดนความร้อนนิดเดียวก็ละลาย บางชนิดเข้าไมโครเวฟได้แบบสบายๆ แต่บางชนิดถ้าใช้ผิดวิธีอาจปล่อยสารก่อมะเร็งออกมาเงียบๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว

วันนี้เราจะมาทำตัวเป็น "นักสืบพลาสติก" กันครับ เราจะพาไปดูว่าสัญลักษณ์ตัวเลข 1-7 ในสามเหลี่ยมที่ก้นภาชนะมันบอกอะไรเราบ้าง พร้อมเจาะลึกเรื่องการทนความร้อน และเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยๆ เกี่ยวกับ "เมลามีน" ว่าสรุปแล้วมันคือพลาสติกชนิดไหนกันแน่?


ทำความรู้จักกับรหัสลับ 1-7 (Resin Identification Code)

ตัวเลขที่อยู่ในสามเหลี่ยมลูกศรที่เราเห็น เรียกว่า RIC (Resin Identification Code) ครับ มันคือรหัสสากลที่เอาไว้บอกว่า พลาสติกชิ้นนี้ทำมาจาก "เม็ดพลาสติก" ชนิดไหน เพื่อให้ง่ายต่อการแยกขยะไปรีไซเคิล แต่สำหรับเราที่เป็นคนใช้งาน มันคือ "คู่มือความปลอดภัย" ชั้นดีเลยล่ะ

เลข 1: PET หรือ PETE (พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต)

นี่คือพระเอกของวงการขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลมครับ พลาสติกชนิดนี้จะใสแจ๋ว แข็งแรง แต่เหนียว - การทนความร้อน: ต่ำมาก (ประมาณ 60-70°C) - ข้อควรระวัง: ห้ามเอาไปใส่ของร้อนจัด หรือวางทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกเสียรูป และอาจมีสาร "พลวง" หลุดออกมาสะสมในร่างกาย ที่สำคัญคือ "ควรใช้ครั้งเดียวทิ้ง" ไม่ควรเอาขวดเดิมมาเติมน้ำกินซ้ำๆ เพราะเชื้อโรคสะสมง่ายครับ

เลข 2: HDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง)

สังเกตง่ายๆ คือจะมีความขุ่นกว่า PET เช่น ขวดนมสด แกลลอนน้ำดื่ม หรือขวดแชมพู พลาสติกชนิดนี้ค่อนข้างปลอดภัยและทนทานมาก - การทนความร้อน: ปานกลาง (80-110°C) - ข้อควรระวัง: แม้จะทนร้อนได้ถึงจุดเดือดในบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้เข้าไมโครเวฟบ่อยๆ ส่วนใหญ่ใช้ใส่ของเย็นหรืออุณหภูมิห้องจะดีที่สุด

เลข 3: PVC (พอลิไวนิลคลอไรด์)

ตัวนี้สารพัดประโยชน์มาก มีทั้งแบบแข็ง (ท่อน้ำ) และแบบนิ่ม (ฟิล์มถนอมอาหารบางรุ่น) - การทนความร้อน: ต่ำ (60-80°C) - ข้อควรระวัง: "อันตรายที่สุดในกลุ่ม" หากใช้ไม่ถูกวิธี เพราะมีสาร "พทาเลต" ที่ช่วยให้พลาสติกนิ่ม สารนี้หลุดออกมาได้ง่ายมากถ้าเจอความร้อนหรือไขมัน ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมนและเป็นสารก่อมะเร็ง เลี่ยงได้เลี่ยงครับสำหรับการใช้กับอาหาร

เลข 4: LDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ)

เป็นพลาสติกสายยืดหยุ่น เช่น ถุงเย็นใส่ของในตู้เย็น ถุงขนมปัง หรือฟิล์มยืดห่ออาหาร - การทนความร้อน: ต่ำ (70-90°C) - ข้อควรระวัง: ทนร้อนได้ไม่ดีครับ ห้ามเอาถุงประเภทนี้ไปใส่แกงร้อนๆ ที่เพิ่งตักจากหม้อเดือดๆ เพราะถุงอาจละลายหรือปล่อยสารเคมีออกมาได้

เลข 5: PP (พอลิโพรพิลีน)

"ขวัญใจคนรักไมโครเวฟ" ต้องยกให้เลข 5 เลยครับ มักใช้ทำกล่องข้าว ถ้วยโยเกิร์ต หรือขวดนมเด็ก - การทนความร้อน: สูงที่สุดในกลุ่ม (100-130°C) - ข้อควรระวัง: ถึงจะเข้าไมโครเวฟได้ แต่ควรดูสัญลักษณ์ "Microwave Safe" ประกอบด้วย และถ้ากล่องเริ่มขุ่นหรือมีรอยขีดข่วนเยอะๆ ก็ควรเปลี่ยนใหม่ครับ

เลข 6: PS (พอลิสไตรีน)

พบมากในรูปของ "โฟม" หรือพลาสติกใสกรอบ เช่น ช้อนส้อมใช้แล้วทิ้ง หรือกล่องใส่ขนม - การทนความร้อน: ต่ำมาก (70-85°C) - ข้อควรระวัง: ห้ามถูกความร้อนจัด โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้สาร "สไตรีน" หลุดออกมา สารนี้อันตรายต่อระบบประสาทและเสี่ยงมะเร็งครับ

เลข 7: OTHER (อื่นๆ)

เป็นกลุ่มเบ็ดเตล็ด เช่น พอลิคาร์บอเนต (PC) หรือพลาสติกยุคใหม่อย่าง Tritan - การทนความร้อน: หลากหลายมาก แล้วแต่ชนิด - ข้อควรระวัง: ในอดีตกลุ่มนี้ถูกกังวลเรื่องสาร BPA (Bisphenol A) ที่รบกวนฮอร์โมน แต่ปัจจุบันมีการผลิตแบบ BPA-Free ออกมาเยอะขึ้น ต้องอ่านฉลากให้ดีก่อนซื้อครับ
รหัส (RIC) ชื่อย่อ ตัวอย่างการใช้ ทนร้อนได้ประมาณ
1 PET ขวดน้ำดื่ม, ขวดน้ำอัดลม 60-70°C
2 HDPE แกลลอนนม, ขวดแชมพู 80-110°C
3 PVC ฟิล์มถนอมอาหาร, ท่อน้ำ 60-80°C
4 LDPE ถุงเย็น, ถุงขนมปัง 70-90°C
5 PP กล่องข้าวไมโครเวฟ 100-130°C
6 PS กล่องโฟม, ถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้ง 70-85°C

ทำไมพลาสติกแต่ละชนิดทนความร้อนได้ไม่เท่ากัน?

ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ พลาสติกแบ่งออกเป็น 2 แก๊งใหญ่ๆ ตามพฤติกรรมเมื่อเจอความร้อนครับ
  • ● แก๊งเทอร์โมพลาสติก (เลข 1-6): พวกนี้เหมือน "ช็อกโกแลต" ครับ คือตอนเย็นมันแข็ง แต่พอโดนความร้อนมันจะอ่อนตัวและละลายได้ ทำให้เราเอาไปหลอมแล้วขึ้นรูปใหม่ (รีไซเคิล) ได้เรื่อยๆ ความทนทานจะขึ้นอยู่กับว่าโมเลกุลมันจับตัวกันแน่นแค่ไหน (เช่น HDPE แน่นกว่า LDPE เลยทนร้อนได้มากกว่า)
  • ● แก๊งเทอร์โมเซตติ้ง (เช่น เมลามีน): พวกนี้เหมือน "ขนมปัง" ครับ คือพออบเสร็จแล้วมันจะแข็งตัวถาวร ต่อให้เอาไปอุ่นซ้ำมันก็ไม่ละลาย (แต่จะไหม้หรือแตกตัวไปเลย) พวกนี้มีโครงสร้างแบบร่างแหที่แข็งแรงมาก ทำให้ทนความร้อนได้สูงและคงรูปได้ดีเยี่ยม

"เมลามีน" ของดีที่ต้องใช้ให้เป็น

หลายคนเข้าใจผิดว่า เมลามีน คือพลาสติกทั่วไป แต่จริงๆ แล้วมันคือ เมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ (MF) ซึ่งเป็นพลาสติกสายแข็ง (เทอร์โมเซตติ้ง) ที่นิยมเอามาทำจานชามเพราะมันเบา ตกไม่แตก และดูหรูหราเหมือนเซรามิก

จุดเด่นของเมลามีนแท้

เมลามีนเกรดอาหาร (Food Grade) คุณภาพสูง (เช่น เกรด A5) ทนความร้อนได้ถึง 120-140°C เลยครับ เหมาะมากกับการใส่แกงร้อนๆ ก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารผัดสดๆ จากกระทะ

กฎเหล็ก: ห้ามนำเมลามีนเข้าไมโครเวฟ!

แม้จะทนร้อนได้สูง แต่เมลามีนมีคุณสมบัติ "ดูดซับคลื่นไมโครเวฟ" ได้ดีเกินไปครับ ทำให้ตัวจานเองร้อนเร็วมากจนเกินขีดจำกัด (Overheating) ผลที่ตามมาคือ พันธะเคมีจะแตกตัวและปล่อยสาร "ฟอร์มาลดีไฮด์" ออกมาปนในอาหาร สารนี้เป็นสารก่อมะเร็งและระคายเคืองอย่างรุนแรง ดังนั้น ใส่ของร้อนได้ แต่ห้ามเข้าไมโครเวฟเด็ดขาดครับ

ระวัง "เมลามีนปลอม"

ในตลาดมีภาชนะราคาถูกที่ดูเหมือนเมลามีนแต่ทำจาก "ยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์" (UF) พวกนี้ทนร้อนได้แค่ 80°C ก็เริ่มปล่อยสารพิษแล้ว วิธีทดสอบง่ายๆ: ลองเทน้ำเดือดจัดลงไป ถ้าเป็นของปลอมหรือเกรดต่ำ มักจะมีกลิ่นเหม็นเคมีฉุนๆ หรือเกิดฟองอากาศที่ผิวพลาสติก ถ้าเจอแบบนี้ให้ทิ้งทันทีครับ

อันตรายแฝง: เมื่อพลาสติกโดนความร้อนเกินขีดจำกัด

เมื่อเราใช้พลาสติกผิดประเภท หรือใช้กับความร้อนที่สูงเกินไป จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การแพร่กระจายสารเคมี" (Chemical Migration) หรือการที่โมเลกุลพลาสติกหลุดออกมาผสมกับอาหารของเรานั่นเอง ปัจจัยที่ทำให้สารพิษหลุดออกมาเร็วขึ้นคือ:
  • ความร้อนสูง: ยิ่งร้อน สารยิ่งหลุดง่าย
  • เวลา: ยิ่งแช่อาหารไว้นาน สารเคมียิ่งสะสมเยอะ
  • ประเภทอาหาร: อาหารมันๆ หรืออาหารเปรี้ยวจัด (มีกรด) จะดึงสารเคมีออกจากพลาสติกได้เก่งกว่าปกติ
  • รอยขีดข่วน: จานพลาสติกที่เก่าจนเป็นรอย ขรุขระ จะมีโอกาสที่สารเคมีและ "ไมโครพลาสติก" หลุดออกมาได้มากกว่าของใหม่

5. เลือกซื้ออย่างไรให้มั่นใจ? ดูมาตรฐาน มอก.

ในประเทศไทย เรามีหน่วยงานที่คอยคัดกรองความปลอดภัยให้เราอยู่ครับ เวลาซื้อให้มองหาสัญลักษณ์ มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
  • มอก. 655: มาตรฐานทั่วไปสำหรับภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร
  • มอก. 2493: อันนี้สำคัญมาก! สำหรับภาชนะที่จะใช้กับ เตาไมโครเวฟ โดยเฉพาะ เขาจะทดสอบแล้วว่าต้องทนความร้อนได้เกิน 100°C โดยไม่บิดเบี้ยวและไม่มีสารตกค้าง

บทสรุป: เพื่อความปลอดภัย

1. เบอร์ 5 (PP) คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอาหารร้อนและการเข้าไมโครเวฟ 2. เมลามีนแท้ ทนร้อนได้ดีเยี่ยม แต่ห้ามเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด 3. เบอร์ 1, 3, 6 ให้ใช้เฉพาะของเย็นหรืออุณหภูมิห้องเท่านั้น 4. เห็นรอยขีดข่วนหรือสีเปลี่ยน ให้ตัดใจทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที 5. มองหามอก. ทุกครั้งก่อนควักเงินจ่าย

การเสียเวลาสังเกตก้นจานเพียงไม่กี่วินาที อาจช่วยให้คุณและครอบครัวห่างไกลจากสารก่อมะเร็งและปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้มหาศาลครับ เพราะเรื่องของพลาสติก... "รู้ไว้ ปลอดภัยกว่า" แน่นอน!

© 2026 ข้อมูลโดยความปรารถนาดีจากศรีไทยซุปเปอร์แวร์ - ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์พลาสติกและเมลามีนมาตรฐานโลก

กล่องพลาสติกใส่อาหาร เข้าไมโครเวฟได้ ปลอดภัย — Superware (PP Food Grade, BPA Free)

ศรีไทย Superware

ภาชนะ PP Food Grade กล่องพลาสติก Superware ปลอดภัยต่ออาหาร BPA Free อุ่นไมโครเวฟได้เมื่อ เปิดฝา ช่วงอุณหภูมิการใช้งานประมาณ 5–90°C ซ้อนเก็บและขนส่งสะดวก เหมาะทั้งร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม และครัวเรือน

กล่องใส่อาหาร 1 ช่อง 1000 ml

ไมโครเวฟได้ (เปิดฝา)
  • ขนาดสินค้า 12 × 17.3 × 7 ซม.
  • วัสดุ PP Food Grade, BPA Free
  • ทนความร้อน ~5–90°C
  • แพ็ค 25 ชุด พร้อมฝา
  • ซ้อนเก็บง่าย เหมาะเดลิเวอรี/แช่เย็น

กล่องใส่อาหาร 2 ช่อง 500 ml (300+200)

ไมโครเวฟได้ (เปิดฝา)
  • ขนาดสินค้า 12.5 × 18.5 × 4.5 ซม.
  • วัสดุ PP Food Grade, BPA Free
  • ทนความร้อน ~5–90°C
  • บรรจุ 1 ลัง: 200 ชุด พร้อมฝา
  • แบ่งช่องแยกเมนู ไม่ปะปน
สั่งซื้อ Superware แท้จากศรีไทยออนไลน์ คำแนะนำ: อุ่นในไมโครเวฟเฉพาะงานอุ่น เปิดฝาก่อนอุ่น และหลีกเลี่ยงการปรุงนาน/น้ำมันมาก

อ่านต่อ

รวมลิงก์บทความจากเว็บไซต์ทางการ Srithai Superware สำหรับศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

 

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร