เจ้าของโกดังหลายรายวางสินค้าบนพาเลทไว้แล้วจึงคิดว่าปลอดภัย แต่เหตุการณ์น้ำท่วมในไทยช่วงสองปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการไม่มีพาเลท แต่เกิดจากน้ำสูงกว่าที่คาด ขนของไม่ทัน และไม่มีคนพอ บทความนี้สรุปวิธีวางแผนให้ครบทั้งสามเรื่อง โดยใช้พาเลทเป็นส่วนหนึ่งของแผน ไม่ใช่ทั้งแผน
ทั้งสามกรณีมีจุดร่วมเดียวกัน คือ มีพาเลท มีพื้นที่สำรอง หรือมีอุปกรณ์อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ขาดคือเวลา คน และแผนว่าจะย้ายอะไรก่อน
พาเลทพลาสติกทั่วไปสูงประมาณ 10 ถึง 18 เซนติเมตร การวางสินค้าบนพาเลทเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่คลังทุกแห่งควรมีอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจขอบเขตให้ชัด
| พาเลทช่วยได้ | พาเลทช่วยไม่ได้ |
|---|---|
| กันน้ำซึมเข้าจากพื้น น้ำจากหลังคารั่ว หรือน้ำท่วมขังระดับต่ำ | น้ำที่สูงเกินความสูงพาเลท |
| ให้รถยกหรือแฮนด์ลิฟต์ยกสินค้าทั้งกองได้เร็ว ไม่ต้องขนทีละกล่อง | แทนเวลาและแรงงานในการขนย้าย |
| ใช้ต่อได้หลังน้ำลด เพราะพาเลทพลาสติกไม่อมน้ำ | ปกป้องสินค้าที่ซึมน้ำจากความชื้นสูงในคลังที่น้ำขังหลายวัน |
ข้อที่มักถูกมองข้ามคือ ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดของพาเลทในวันน้ำท่วมไม่ใช่ความสูง แต่คือความเร็วในการขนย้าย สินค้าที่อยู่บนพาเลทอยู่แล้วย้ายขึ้นแร็คหรือขึ้นรถได้ทันที ส่วนสินค้าที่กองกับพื้นต้องใช้คนขนทีละชิ้น สำหรับบ้านเรือนและร้านค้าขนาดเล็ก อ่านวิธีเลือกได้ที่ใช้พาเลทพลาสติกยกของหนีน้ำท่วม
เมื่อมีประกาศเตือน ไม่มีเวลาพอจะมาถกกันว่าจะย้ายอะไรก่อน ควรทำรายการนี้ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนหน้าฝน และติดไว้ในคลังให้ทุกคนเห็น
| ลำดับ | กลุ่มสินค้า | เหตุผล |
|---|---|---|
| 1 | สินค้าที่เสียหายถาวรเมื่อโดนน้ำ เช่น อาหาร อาหารเสริม ยา บรรจุภัณฑ์กระดาษ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ | โดนน้ำครั้งเดียวต้องทิ้ง ไม่มีทางกู้คืน |
| 2 | เอกสารสำคัญ ข้อมูลบัญชี ข้อมูลสต็อก | จำเป็นต่อการเคลมประกันและการตรวจนับหลังน้ำลด |
| 3 | สินค้าที่ต้องส่งลูกค้าในช่วงนี้ | ลดผลกระทบต่อลูกค้าและกระแสเงินสด |
| 4 | สินค้าที่ทนน้ำหรืออยู่ในภาชนะกันน้ำ | ย้ายทีหลังได้ หรือยกบนพาเลทก็เพียงพอ |
ใช้ตารางเปล่าด้านล่างเติมข้อมูลของคลังคุณเอง
| ลำดับ | รายการสินค้า / รหัส | ตำแหน่งปัจจุบัน | ย้ายไปที่ | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ||||
| 2 | ||||
| 3 | ||||
| 4 |
แทนที่จะรอยกของตอนน้ำมา ให้จัดคลังตั้งแต่วันนี้ว่าสินค้าแต่ละกลุ่มควรอยู่ระดับไหน สินค้าลำดับ 1 และ 2 ไม่ควรเก็บที่ระดับพื้นตั้งแต่แรก
| โซน | ความสูงโดยประมาณ | ควรเก็บ |
|---|---|---|
| ระดับพื้น (บนพาเลท) | 10 ถึง 18 ซม. | สินค้าทนน้ำ สินค้าในภาชนะปิดสนิท สินค้าที่หนักจนยกขึ้นที่สูงไม่ได้ |
| แร็คชั้นแรก | ขึ้นกับระบบแร็ค | สินค้าหมุนเวียนเร็ว ที่ต้องหยิบบ่อย |
| แร็คชั้นบน / ชั้นลอย / ชั้นสอง | สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วม | สินค้าลำดับ 1 และ 2 เอกสาร อะไหล่สำคัญ |
ถ้าคลังใช้ระบบแร็คอยู่แล้ว ชั้นบนของแร็คคือพื้นที่ปลอดภัยที่มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่ต้องตรวจก่อนว่าพาเลทที่ใช้รองรับการวางบนแร็คได้ เพราะพาเลทแต่ละรุ่นมีค่า Racking Load ต่างกัน ดูระบบแร็คแต่ละแบบได้ที่พาเลทพลาสติกกับระบบ Racking 5 แบบ และความหมายของค่ารับน้ำหนักที่Static, Dynamic และ Racking Load คืออะไร
กรณีหาดใหญ่มีทั้งชั้นสองและลิฟต์ขนของ แต่ยังขนไม่ทัน ส่วนกรณีกรุงเทพฯ มีอุปกรณ์แล้วแต่ยังต้องประกาศหาคน สองเรื่องนี้บอกว่าต้องคำนวณแรงงานและเวลาไว้ล่วงหน้า
ให้ทดลองจับเวลาในวันปกติ ว่าทีมของคุณย้ายพาเลทหนึ่งแผ่นจากพื้นขึ้นที่สูงหรือขึ้นรถใช้เวลาเท่าไร แล้วคูณกับจำนวนพาเลทที่ต้องย้ายตามลำดับในขั้นที่ 1 ตัวเลขนี้จะบอกว่าต้องเริ่มย้ายก่อนน้ำมากี่ชั่วโมง และต้องใช้คนกี่คน
| รายการ | ตัวเลขของคลังคุณ |
|---|---|
| จำนวนพาเลทที่ต้องย้าย (ลำดับ 1 ถึง 3) | |
| เวลาที่ใช้ย้ายต่อพาเลท (นาที) จากการจับเวลาจริง | |
| จำนวนทีมที่ทำงานพร้อมกันได้ (ขึ้นกับจำนวนรถยกและคนขับ) | |
| เวลารวมที่ต้องใช้ = จำนวนพาเลท × เวลาต่อพาเลท ÷ จำนวนทีม | |
| ต้องเริ่มย้ายก่อนน้ำมาอย่างน้อย (ชั่วโมง) โดยเผื่อเวลาเพิ่ม |
| อุปกรณ์ | ใช้ทำอะไร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| พาเลทพลาสติก | รองสินค้าทุกกองให้พร้อมยกย้าย | สินค้าลำดับต้นควรอยู่บนพาเลทตลอดเวลา ไม่ใช่รอวางตอนน้ำมา |
| แฮนด์ลิฟต์ / รถยก | ย้ายสินค้าทั้งพาเลท | ก่อนใช้งานในพื้นที่ที่มีน้ำ ให้ตรวจข้อกำหนดจากคู่มือผู้ผลิตเสมอ โดยเฉพาะรถยกไฟฟ้า |
| กระสอบทราย / แผงกั้นน้ำ | ชะลอน้ำเข้าประตูคลัง | ช่วยซื้อเวลา แต่ไม่ได้กันน้ำได้ทั้งหมด |
| เครื่องสูบน้ำ | ระบายน้ำที่ซึมเข้า | ต้องมีแหล่งพลังงานสำรองถ้าไฟฟ้าถูกตัด |
| ฟิล์มยืด / ผ้าใบ | ห่อสินค้าบนพาเลทกันความชื้นและละอองน้ำ | ไม่ได้ทำให้สินค้ากันน้ำเมื่อจมน้ำ |
| ไฟฉาย / วิทยุสื่อสาร | ทำงานเมื่อไฟฟ้าดับ | ชาร์จแบตเตอรี่ไว้ล่วงหน้า |
ถ้าคลังยังมีสินค้าจำนวนมากที่วางกับพื้นโดยไม่มีพาเลท ควรประเมินจำนวนพาเลทที่ต้องใช้ก่อนเข้าหน้าฝน ดูวิธีคำนวณได้ที่โกดังต้องมีพาเลทพลาสติกกี่ใบ และดูช่วงพาเลทพลาสติกราคาแยกตามขนาดเพื่อตั้งงบ ถ้าต้องซื้อจำนวนมาก อ่านเพิ่มที่ซื้อพาเลทจำนวนมาก
พาเลทพลาสติกยกสินค้าให้พ้นพื้นประมาณ 10 ถึง 18 เซนติเมตร ช่วยได้กับน้ำท่วมขังระดับต่ำและน้ำที่ไหลซึมเข้าคลัง แต่ถ้าน้ำสูงกว่านั้น ต้องใช้ร่วมกับชั้นวางหรือแร็คระดับสูง การย้ายสินค้าขึ้นชั้นบน หรือการย้ายออกนอกพื้นที่
ควรวางแผนก่อนเข้าหน้าฝน ทั้งการจัดลำดับสินค้า การกำหนดโซนเก็บ รายชื่อคนรับผิดชอบ และอุปกรณ์ที่ต้องมี เมื่อมีประกาศเตือนจากหน่วยงานรัฐ ให้เริ่มย้ายสินค้าตามลำดับที่วางไว้ทันที เพราะเวลามักมีน้อยกว่าที่คิด
เริ่มจากสินค้าที่มูลค่าสูงและเสียหายถาวรเมื่อโดนน้ำ เช่น อาหาร อาหารเสริม ยา เอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามด้วยสินค้าที่ต้องส่งลูกค้าเร็วที่สุด ส่วนสินค้าที่ทนน้ำหรือบรรจุในภาชนะกันน้ำย้ายทีหลังได้
ใช้ได้ถ้าไม่มีรอยร้าวหรือบิดงอ แต่ต้องล้างโคลนและสิ่งปนเปื้อนออกให้หมด แล้วตากให้แห้งสนิทก่อน โดยเฉพาะคลังที่เก็บอาหารหรือสินค้าที่ต้องควบคุมสุขอนามัย
ขึ้นกับพื้นที่ จำนวนสินค้า และวิธีจัดเก็บ คำนวณเบื้องต้นได้ที่โกดังต้องมีพาเลทพลาสติกกี่ใบ หรือปรึกษาสายด่วนพาเลท
พาเลทคือพื้นฐานที่คลังทุกแห่งควรมี เพราะทำให้ย้ายสินค้าได้เร็วและใช้ต่อได้หลังน้ำลด แต่ความสูงไม่กี่สิบเซนติเมตรไม่พอสำหรับน้ำท่วมใหญ่ สิ่งที่ตัดสินว่าสินค้ารอดหรือไม่คือแผนที่ทำไว้ก่อน ได้แก่ รู้ว่าจะย้ายอะไรก่อน เก็บของสำคัญไว้สูงตั้งแต่แรก รู้ว่าต้องใช้เวลาและคนเท่าไร และมีอุปกรณ์พร้อม
ปรึกษาเรื่องรุ่นพาเลทที่เหมาะกับคลังและระบบแร็คของคุณได้ที่ทีมศรีไทย
สอบถามทาง LINE