คำถามแรกที่ต้องตอบให้ได้ก่อนสั่งพาเลทพลาสติกคือ "แล้วต้องซื้อกี่ใบ" สั่งน้อยเกินไปงานรับ-ส่งสินค้าสะดุด สั่งมากเกินไปเงินจมและพื้นที่โกดังเต็มไปด้วยพาเลทเปล่า บทความนี้ให้สูตร 4 ส่วนที่คำนวณเองได้ด้วยเครื่องคิดเลข พร้อมตัวอย่างโกดัง 3 ขนาด และตารางเปล่าให้กรอกตัวเลขของคุณเอง
พาเลทพลาสติกเป็นทรัพย์สินที่ใช้งานได้ยาวหลายปี ถ้าดูแลถูกวิธี (ดูแนวทางในคู่มือดูแลพาเลทพลาสติกให้ใช้ได้ 10 ปี) การตัดสินใจเรื่องจำนวนจึงเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่แก้ยากภายหลัง และมีความเสี่ยงสองทางที่ต้องชั่งพร้อมกัน
ทางแรกคือสั่งน้อยเกินไป พาเลทไม่พอในวันที่สินค้าเข้าพร้อมกันหลายคัน ต้องหยุดรอหรือกลับไปใช้พาเลทเก่าที่สเปกไม่ตรง ทางที่สองคือสั่งมากเกินไป เงินหลักแสนถึงหลักล้านจมอยู่กับของที่ยังไม่ได้ใช้ และต้องหาที่เก็บพาเลทเปล่าเพิ่ม ส่วนงบที่ควรตั้งไว้ ให้เทียบกับพาเลทพลาสติกราคาเท่าไหร่ในแต่ละขนาดและเกรดก่อนเสมอ เพราะราคาต่อใบกำหนดยอดรวมทั้งหมด

แทนที่จะเดาจากความรู้สึก ให้แยกจำนวนพาเลทออกเป็น 4 ส่วน แล้วรวมกัน
จำนวนที่ต้องสั่ง = (A + B + C) แล้วปัดให้ตรงเงื่อนไขขั้นต่ำ (D)
A = ตำแหน่งวางสินค้าที่ใช้จริงในช่วงพีก
B = พาเลทที่วนอยู่ในกระบวนการ เช่น รับเข้า คัดแยก รอขึ้นรถ
C = ค่าสำรองสำหรับพาเลทชำรุด สูญหาย หรือยอดพีกเกินคาด
D = ปัดขึ้นให้ตรงเงื่อนไขขั้นต่ำในการสั่งซื้อ
หัวใจของสูตรนี้คือ "นับตามการใช้งานจริง" ไม่ใช่นับตามพื้นที่ทั้งหมดของโกดัง และไม่ใช่นับตามจำนวนพาเลทเก่าที่กองอยู่
สินค้าทุกชุดที่เก็บอยู่ในโกดังวางอยู่บนพาเลทหนึ่งใบ ดังนั้นจำนวนพาเลทขั้นต่ำเท่ากับจำนวนตำแหน่งที่มีสินค้าวางอยู่จริง
ตำแหน่งวางแร็ค = จำนวนชั้น x จำนวนช่อง (bay) x จำนวนพาเลทต่อชั้นต่อช่อง จำนวนพาเลทต่อชั้นขึ้นกับความยาวคานและขนาดพาเลท ให้นับจากแบบแปลนแร็คจริงหรือให้ผู้ติดตั้งแร็คยืนยัน ระบบที่วางลึกหลายใบต่อช่อง เช่น Drive-in หรือ Mobile Rack ให้นับจำนวนพาเลทต่อ lane ตามความลึกที่ออกแบบ ความหนาแน่นของแต่ละระบบต่างกัน ดูภาพรวมได้ในพาเลทพลาสติกกับระบบ Racking 5 แบบ และรายละเอียดรายระบบในSelective Rack Drive-in Rack Mobile Rack และระบบ ASRS
พาเลทที่ขึ้นแร็คต้องมีค่า Racking Load รองรับน้ำหนักสินค้าและช่วงคานของแร็คนั้น จึงควรนับแยกจากพาเลทที่วางพื้น ดูวิธีอ่านค่า Static, Dynamic และ Racking Load ได้ในคู่มือ Static, Dynamic, Racking Load และกรณีที่ต้องใช้พาเลทเสริมเหล็กในพาเลทพลาสติกเสริมเหล็กสำหรับ Racking
ตำแหน่งวางพื้น = จำนวนตำแหน่งบนพื้น x จำนวนชั้นที่ซ้อนได้ จำนวนชั้นที่ซ้อนได้ถูกจำกัดด้วยค่า Static Load ของพาเลทใบล่างสุดและน้ำหนักสินค้าที่ทับอยู่ ไม่ใช่จำกัดด้วยความสูงเพดานอย่างเดียว
ให้ใช้อัตราการใช้ช่องในช่วงพีกจริง (peak occupancy) เช่น 85% แทนการนับทุกช่องว่ามีสินค้า โดยดึงตัวเลขจากรายงานสต็อกของเดือนที่แน่นที่สุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งปี ค่าเฉลี่ยจะทำให้ได้จำนวนต่ำกว่าที่ต้องใช้ในวันที่งานหนักที่สุด
นอกจากพาเลทที่ใต้สินค้าในตำแหน่งเก็บ ยังมีพาเลทอีกกลุ่มที่อยู่ระหว่างทาง เช่น พื้นที่รับสินค้า จุดพักหน้า dock พาเลทบนรถขนส่งภายใน และสายการผลิต กลุ่มนี้คำนวณได้จากสูตรง่าย ๆ
B = จำนวนพาเลทที่เคลื่อนต่อวัน x จำนวนวันที่พาเลทอยู่ในกระบวนการก่อนวนกลับมาใช้ใหม่
ตัวอย่าง รับ-ส่งสินค้าวันละ 60 พาเลท และแต่ละใบใช้เวลาอยู่ในกระบวนการเฉลี่ย 1.5 วัน จะได้ B = 60 x 1.5 = 90 ใบ
วิธีนับต่างกันตามว่าพาเลทออกจากโกดังหรือไม่
| กรณีใช้งาน | วิธีนับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ใช้ภายในโกดัง พาเลทไม่ออกนอก | นับ A + B + C จบในตัว | ต้องมีระบบไม่ให้พาเลทหลุดไปกับสินค้า |
| ส่งไปกับสินค้าถึงลูกค้าและไม่รับคืน | พาเลทที่ออกไปนับเป็นอัตราสิ้นเปลือง (ใบต่อวันส่ง x วันทำการ) แยกจาก A + B + C | ควรตกลงระบบมัดจำหรือรับคืนกับลูกค้า ไม่เช่นนั้นต้องคิดต้นทุนพาเลทรวมในราคาสินค้า |
| ส่งออกต่างประเทศ | นับแยกเป็นพาเลทส่งออก ใช้รุ่นส่งออกโดยเฉพาะ | ดูข้อกำหนดในISPM 15 และคู่มือซื้อพาเลทส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ |
ค่าสำรองครอบคลุมสี่เรื่อง คือ พาเลทชำรุดจากการใช้งาน พาเลทสูญหาย ยอดพีกที่เกินคาด และพาเลทที่ถูกดึงออกไปล้างหรือตรวจสภาพ (ดูวิธีทำความสะอาดในคู่มือทำความสะอาดพาเลทพลาสติก)
ถ้ายังไม่มีข้อมูลย้อนหลัง ให้เริ่มที่ประมาณ 10-15% ของ A + B แล้วปรับตามอัตราชำรุดและสูญหายจริงของโกดังคุณ ตัวเลขนี้เป็นค่าตั้งต้นสำหรับประมาณการ ไม่ใช่มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด ค่าสำรองสูงเกินไปคือเงินจม ต่ำเกินไปคือต้องสั่งเพิ่มเป็นรอบที่สอง ซึ่งจะชนกับเงื่อนไขขั้นต่ำอีกครั้ง
ศรีไทยมีเงื่อนไขสั่งซื้อขั้นต่ำ 300 ชิ้น (เหตุผลและโอกาสต่อรองอธิบายไว้ในทำไมพาเลทพลาสติกต้องสั่งขั้นต่ำ 300 ชิ้น) เงื่อนไขอาจต่างกันเล็กน้อยตามรุ่น จึงควรยืนยันกับทีมขายก่อนสั่งจริง ถ้าผลคำนวณของคุณได้ต่ำกว่า 300 ใบ มีสามทางเลือก
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้แร็คแบบ Selective สมมติค่าเดียวกันทุกโกดัง คือ อัตราใช้ช่องช่วงพีก 85% และค่าสำรอง 15% ของ A + B
| รายการ | โกดังเล็ก | โกดังกลาง | โกดังใหญ่ |
|---|---|---|---|
| ตำแหน่งวางทั้งหมด | 120 | 400 (4 ชั้น x 50 ช่อง x 2 ใบ) | 1,200 |
| A ใช้จริงช่วงพีก (85%) | 102 | 340 | 1,020 |
| B พาเลทในกระบวนการ | 15 (15 ใบ/วัน x 1 วัน) | 90 (60 ใบ/วัน x 1.5 วัน) | 400 (200 ใบ/วัน x 2 วัน) |
| C ค่าสำรอง 15% ของ A + B | 18 | 65 | 213 |
| รวมที่คำนวณได้ | 135 | 495 | 1,633 |
| จำนวนสั่งจริง (D) | 300 (ตามขั้นต่ำ) | 500 | 1,650 |
| งบอ้างอิงที่ 800 บาท/ใบ | 240,000 บาท | 400,000 บาท | 1,320,000 บาท |
สังเกตโกดังเล็ก คำนวณได้เพียง 135 ใบ (ราว 108,000 บาทที่ราคาอ้างอิงเดียวกัน) แต่ต้องสั่งขั้นต่ำ 300 ใบ ส่วนต่างราว 132,000 บาทคือต้นทุนของเงื่อนไขขั้นต่ำ ควรนำไปเทียบกับทางเลือกเช่าส่วนช่วงพีกก่อนตัดสินใจ ถ้าโกดังใช้พาเลทหลายขนาด ให้คำนวณแยกทีละขนาด เพราะค่าสำรองต้องแยกตามขนาดด้วย เทียบขนาดและสเปกได้ในเทียบพาเลทพลาสติกทุกขนาด
หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างประกอบการคำนวณ ราคา 800 บาทต่อใบเป็นค่าอ้างอิงเดียวกับที่ใช้ในบทความซื้อพาเลทจำนวนมาก ไม่ใช่ราคาเสนอขายหรือส่วนลดตามจำนวน ราคาจริงขึ้นกับรุ่น ขนาด ค่า Load และเงื่อนไขในใบเสนอราคา ดูช่วงราคาพาเลทพลาสติกล่าสุดที่หน้าหลัก และดูว่าทำไมราคาจึงขยับได้ในบทวิเคราะห์ราคาพาเลทพลาสติก
คัดลอกตารางนี้ไปกรอกกับฝ่ายคลังสินค้าได้เลย ช่องสีเหลืองคือช่องที่ต้องกรอก
| ขั้นตอน | ค่าของคุณ | ได้ตัวเลขจากไหน |
|---|---|---|
| A1 ตำแหน่งวางแร็คทั้งหมด | แบบแปลนแร็ค หรือผู้ติดตั้งแร็ค | |
| A2 ตำแหน่งวางพื้น x จำนวนชั้นที่ซ้อนได้ | ผังคลัง และค่า Static Load ของพาเลทล่างสุด | |
| A3 อัตราใช้ช่องช่วงพีก (%) | รายงานสต็อกของเดือนที่แน่นที่สุด | |
| A = (A1 + A2) x A3 | คำนวณเอง | |
| B = ใบต่อวัน x วันที่อยู่ในกระบวนการ | บันทึกรับ-ส่งสินค้าของฝ่ายคลัง | |
| C = ค่าสำรอง (%) x (A + B) | ประวัติชำรุดและสูญหาย ถ้าไม่มีให้เริ่มที่ 10-15% | |
| รวม A + B + C | คำนวณเอง | |
| D จำนวนสั่งจริง (ปัดตามขั้นต่ำ) | ยืนยันเงื่อนไขกับทีมขาย | |
| งบประมาณ = D x ราคาต่อใบ | ราคาจากใบเสนอราคา ควรขอเทียบหลายเจ้า ดูวิธีเทียบใบเสนอราคาพาเลทพลาสติก |
อย่าจ่ายค่า Load เกินความจำเป็น พาเลทที่วางพื้นและยกด้วยโฟล์คลิฟท์ธรรมดาไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นเสริมเหล็กสำหรับแร็ค อ่านเพิ่มในน้ำหนักตัวพาเลท vs ความสามารถรับน้ำหนัก
ทุกขนาดที่เพิ่มขึ้นหมายถึงค่าสำรองที่ต้องแยกเก็บเพิ่ม ถ้าปรับกระบวนการให้ใช้ขนาดหลักเพียงหนึ่งหรือสองขนาดได้ ยอดรวมสำรองจะลดลง
ถ้ายอดพีกสูงกว่ายอดปกติมากและเกิดเพียงบางฤดู การเช่าส่วนเกินอาจถูกกว่าการซื้อไว้ทั้งปี เทียบความคุ้มได้ในเช่า vs ซื้อพาเลทพลาสติก
ราคาต่อใบที่ต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าถูกกว่าเสมอ ต้องรวม VAT ค่าส่ง ระยะเวลาผลิต และการรับประกัน ใช้ตารางในคู่มือเทียบใบเสนอราคา และดูตัวอย่างต้นทุนตามปริมาณในซื้อพาเลทจำนวนมาก
อย่างน้อย 1 ใบต่อ 1 ตำแหน่งที่ใช้งานจริง เพราะสินค้าทุกชุดวางอยู่บนพาเลทหนึ่งใบ จากนั้นจึงบวกพาเลทที่วนอยู่ในกระบวนการและค่าสำรองเพิ่ม พาเลทที่ขึ้นแร็คต้องมีค่า Racking Load รองรับด้วย
ไม่จำเป็น ให้นับจากตำแหน่งที่ใช้จริงช่วงพีกแทนจำนวนพาเลทที่กองอยู่ในโกดัง ซึ่งมักรวมพาเลทชำรุดหรือไม่ได้ใช้งาน แล้วเลือกสเปกให้ตรงกับน้ำหนักและระบบจัดเก็บ
หากยังไม่มีข้อมูลย้อนหลัง เริ่มที่ประมาณ 10-15% ของจำนวนที่ใช้จริง แล้วปรับตามอัตราชำรุดและสูญหายจริงของโกดัง ตัวเลขนี้เป็นค่าตั้งต้นสำหรับประมาณการ ไม่ใช่มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด
ศรีไทยมีเงื่อนไขสั่งซื้อขั้นต่ำ 300 ชิ้น ทางเลือกคือสั่ง 300 ใบแล้วใช้ส่วนเกินเป็นสำรองหรือรองรับการขยายงาน ซื้อฐานที่ใช้ประจำแล้วเช่าส่วนช่วงพีก หรือโทรสายด่วนพาเลทเพื่อปรึกษาตามรุ่นที่ต้องการ
เป็นราคาอ้างอิงเพื่อประกอบการคำนวณ ไม่ใช่ราคาเสนอขายหรือส่วนลดตามจำนวน ราคาจริงขึ้นกับรุ่น ขนาด ค่า Load และเงื่อนไขในใบเสนอราคา
จำนวนพาเลทที่พอดีมาจากการนับสี่ส่วนให้ครบ คือ ตำแหน่งวางที่ใช้จริงช่วงพีก พาเลทในกระบวนการ ค่าสำรอง และการปัดตามขั้นต่ำ เมื่อได้จำนวนแล้ว ค่อยนำไปคูณกับราคาจากใบเสนอราคาจริงเพื่อได้งบที่อนุมัติได้ ถ้าอยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจตัวเลขของโกดังคุณ ปรึกษาฟรีได้ที่ไลน์หรือสายด่วนพาเลท ประสบการณ์กว่า 30 ปี
สายด่วนพาเลท: 083-546-7835 (คุณรุต) | 085-442-2299 (คุณแหม่ม) ดูรายละเอียดบริการที่ สายด่วนพาเลท ปรึกษาฟรี