บทความ
พาเลทพลาสติกไม่ได้มีขนาดเดียว แต่มีหลายมาตรฐานให้เลือกตามลักษณะงาน เลือกผิดขนาดอาจทำให้เสียพื้นที่จัดเก็บและพื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์โดยไม่จำเป็น

ขนาดที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในตลาดไทยคือ 1,000 x 1,200 มม. ซึ่งใกล้เคียงกับมาตรฐานที่นิยมใช้กันในภูมิภาคเอเชียและใช้งานร่วมกับระบบโลจิสติกส์ทั่วไปได้สะดวก รองลงมาคือ 1,100 x 1,100 มม. ซึ่งตรงกับมาตรฐาน JIS ของญี่ปุ่น และ 1,200 x 1,200 มม. ที่เหมาะกับสินค้าที่ต้องการพื้นที่วางกว้างเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีขนาดเฉพาะทางอื่น ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับงานที่มีความต้องการพิเศษ เช่น พาเลทขนาดยาวสำหรับสินค้าที่มีความยาวมาก
| ขนาด (กว้าง x ยาว) | มาตรฐานที่ใกล้เคียง | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| 1,000 x 1,200 มม. | มาตรฐานเอเชีย/สากลที่นิยมที่สุด | งานทั่วไป เข้ากับระบบโลจิสติกส์ส่วนใหญ่ |
| 1,100 x 1,100 มม. | มาตรฐาน JIS (ญี่ปุ่น) | โรงงานที่ใช้เครื่องจักรหรือระบบจากญี่ปุ่น |
| 1,200 x 1,200 มม. | พื้นที่วางกว้างพิเศษ | สินค้าที่ต้องการฐานวางกว้าง |
| ขนาดยาวพิเศษ (เช่น 1,000 x 1,600 มม. ขึ้นไป) | เฉพาะทาง | สินค้าที่มีความยาวมาก เช่น ท่อ หรือวัสดุก่อสร้าง |

ก่อนเลือกขนาดพาเลท ควรวัดพื้นที่จัดเก็บจริงทั้งความกว้างของทางเดินในคลัง ระยะห่างระหว่างชั้นวาง และความสูงที่เหลือสำหรับวางซ้อน พาเลทขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้วางเรียงในพื้นที่ได้น้อยกว่าที่ควร ในขณะที่พาเลทเล็กเกินไปอาจทำให้ต้องใช้จำนวนพาเลทมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ควรคำนวณจากขนาดกล่องหรือสินค้าที่จะวางบนพาเลทเป็นหลัก แล้วเลือกขนาดพาเลทที่ใช้พื้นที่หน้าพาเลทได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ไม่เหลือพื้นที่ว่างมากเกินไป
สำหรับธุรกิจที่ต้องขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ขนาดพาเลทมีผลโดยตรงต่อจำนวนที่บรรจุได้ในแต่ละเที่ยว ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานมีความกว้างภายในจำกัด การเลือกขนาดพาเลทที่วางเรียงแล้วเต็มพื้นที่ตู้พอดี โดยไม่เหลือช่องว่างมากเกินไป จะช่วยลดจำนวนเที่ยวขนส่งและประหยัดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ก่อนตัดสินใจเลือกขนาด แนะนำให้คำนวณร่วมกับผู้ให้บริการขนส่งหรือฝ่ายโลจิสติกส์ เพื่อให้ได้จำนวนพาเลทต่อเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุด
ขนาดที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้แปลว่ารับน้ำหนักได้มากขึ้นเสมอไป เพราะค่ารับน้ำหนักขึ้นอยู่กับโครงสร้างภายในและชนิดเม็ดพลาสติกที่ใช้ผลิตด้วย พาเลทขนาดมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับงานหนักอาจรับน้ำหนักได้มากกว่าพาเลทขนาดใหญ่กว่าที่ออกแบบมาสำหรับงานเบา ดังนั้นควรพิจารณาทั้งขนาดและค่ารับน้ำหนักควบคู่กันเสมอ อ่านรายละเอียดเรื่องค่ารับน้ำหนักแต่ละแบบได้ที่ พาเลทพลาสติกรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ Static Load vs Dynamic Load ต่างกันยังไง
ขนาดที่เลือกยังส่งผลต่อราคาด้วย เพราะขนาดใหญ่ขึ้นหมายถึงใช้วัตถุดิบมากขึ้น ดูปัจจัยที่กำหนดราคาแบบละเอียดได้ที่ พาเลทพลาสติก ราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง และหากงบประมาณจำกัด ควรระวังพาเลทขนาดมาตรฐานราคาถูกผิดปกติที่อาจตัดต้นทุนคุณภาพ อ่านสัญญาณเตือนได้ที่ พาเลทพลาสติกราคาถูก เลือกแบบไหนถึงคุ้ม ไม่ใช่แค่ถูกแล้วจบ
ขนาดพาเลทพลาสติกที่ใช้กันมากที่สุดในไทยคือขนาดไหน
ขนาด 1,000 x 1,200 มม. เป็นขนาดที่พบได้บ่อยที่สุด เพราะเข้ากับระบบโลจิสติกส์และอุปกรณ์ขนถ่ายส่วนใหญ่ในตลาด
เปลี่ยนขนาดพาเลทกลางทางได้ไหม ถ้าธุรกิจขยายตัว
เปลี่ยนได้ แต่ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะการเปลี่ยนขนาดพาเลทอาจกระทบระบบชั้นวาง พื้นที่จัดเก็บ และวิธีบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้อยู่เดิม แนะนำให้คำนวณผลกระทบทั้งระบบก่อนเปลี่ยน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนพาเลทอย่างเดียว
ต้องการขนาดพาเลทที่ไม่ตรงกับมาตรฐานทั่วไป สั่งผลิตได้ไหม
ได้ในบางกรณี แต่การสั่งผลิตขนาดพิเศษมักมีจำนวนขั้นต่ำต่อออเดอร์ที่สูงกว่าปกติ และใช้เวลาผลิตนานกว่า ควรสอบถามความเป็นไปได้และเงื่อนไขกับผู้ผลิตโดยตรงก่อนตัดสินใจ
พาเลทพลาสติกมีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 1,000 x 1,200 มม. ที่นิยมใช้มากที่สุด ไปจนถึงขนาดเฉพาะทางสำหรับงานพิเศษ การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งพื้นที่จัดเก็บ ระบบชั้นวาง และการบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ควบคู่กับค่ารับน้ำหนักและงบประมาณ ไม่ใช่เลือกจากขนาดที่ใหญ่ที่สุดหรือราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว
ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร