ก่อนอื่นต้องแก้ความเข้าใจผิดเล็กน้อย เพราะจริงๆ แล้วเก้าอี้หอประชุมจำนวนไม่น้อยก็ใช้พลาสติกเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะเปลือกหลังพนักและฐานที่นั่งบางรุ่น แต่สิ่งที่ต่างจากเก้าอี้สนามกีฬาอย่างชัดเจนคือ เก้าอี้หอประชุมแทบไม่เคยปล่อยให้เป็นพลาสติกเปลือยล้วนแบบที่นั่งแล้วสัมผัสพลาสติกโดยตรง แต่จะมีโฟมซับในและหุ้มผ้าหรือหนังเทียมทับอีกชั้น ในขณะที่เก้าอี้สนามกีฬาส่วนใหญ่ปล่อยให้พลาสติกเปลือยเปล่าแบบที่เห็นและสัมผัสได้ตรงๆ

ความต่างนี้ไม่ได้เกิดจากความชอบส่วนตัวของผู้ออกแบบ แต่มาจากโจทย์การใช้งานที่ต่างกันคนละขั้ว หอประชุมคือพื้นที่ปิด อยู่ในร่ม ควบคุมอุณหภูมิได้ คนนั่งฟังบรรยายหรือชมการแสดงต่อเนื่องหลายชั่วโมง ในขณะที่อัฒจันทร์สนามกีฬาคือพื้นที่เปิด เผชิญแดดฝนตลอดปี คนนั่งดูกีฬาที่มีจังหวะลุกยืนสลับกับนั่งตลอดเวลา โจทย์ที่ต่างกันขนาดนี้ ทำให้วัสดุที่เหมาะสมต่างกันไปด้วยโดยธรรมชาติ
ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่าง จะเห็นภาพชัดว่าทำไมทั้งสองแบบถึงถูกออกแบบมาต่างกัน
"เก้าอี้ที่ดีที่สุด ไม่ใช่เก้าอี้ที่แพงที่สุด แต่คือเก้าอี้ที่ถูกออกแบบให้ตรงกับสภาพแวดล้อมและระยะเวลาที่คนต้องนั่งอยู่บนมันจริงๆ"
งานประชุม สัมมนา หรือการแสดงในหอประชุมมักใช้เวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมง ผิวสัมผัสที่แข็งของพลาสติกล้วนจะสร้างแรงกดจุดที่ก้นกบและต้นขาหลังผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง ในขณะที่คนดูกีฬาบนอัฒจันทร์มักมีจังหวะลุกยืนเชียร์ ขยับตัว สลับอิริยาบถอยู่ตลอด ทำให้ทนนั่งพลาสติกแข็งได้นานกว่าที่คิด
หอประชุมและโรงละครต้องคำนึงถึงคุณภาพเสียงเป็นพิเศษ พื้นผิวแข็งอย่างพลาสติกเปลือยจะสะท้อนเสียงจนเกิดเสียงก้องรบกวนการฟัง ในขณะที่เบาะโฟมและผ้าหุ้มช่วยดูดซับเสียงสะท้อน ทำให้เสียงพูดหรือเสียงดนตรีคมชัดขึ้น นี่คือเหตุผลที่โรงภาพยนตร์และหอประชุมระดับมาตรฐานมักเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติซับเสียงมากกว่าความสวยงามอย่างเดียว
อาคารหอประชุมส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มอาคารสาธารณะที่ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านไฟไหม้ วัสดุหุ้มเบาะจึงมักต้องผ่านการทดสอบทนไฟหรือหน่วงการติดไฟตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นข้อกำหนดเฉพาะของเบาะผ้าและโฟม ไม่ใช่ของพลาสติกเปลือยที่ใช้ในพื้นที่กลางแจ้งซึ่งมีความเสี่ยงจากไฟต่างบริบทกัน
เก้าอี้หอประชุมจำนวนมากถูกออกแบบให้พับเก็บอัตโนมัติเมื่อลุกยืน เพื่อประหยัดพื้นที่ทางเดิน โครงสร้างแบบนี้ต้องพึ่งกลไกบานพับ โครงเหล็กหรืออะลูมิเนียมที่รับน้ำหนักและแรงกดได้แม่นยำกว่าพลาสติกขึ้นรูปชิ้นเดียว ต่างจากเก้าอี้พลาสติกที่เน้นความง่ายในการยกเคลื่อนย้ายหรือซ้อนเก็บทั้งตัว
หอประชุมมักเป็นพื้นที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศเป็นทางการ สุภาพ น่าเชื่อถือ เบาะผ้าสีเข้มหรือหนังเทียมให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าพลาสติกเปลือยที่ให้ภาพจำเป็นเก้าอี้ชั่วคราวหรือเก้าอี้กลางแจ้ง แม้จะไม่ใช่เหตุผลเชิงวิศวกรรมโดยตรง แต่ก็เป็นปัจจัยที่สถาปนิกและผู้ออกแบบภายในให้ความสำคัญไม่น้อย
แม้เก้าอี้พลาสติกจะไม่ใช่ตัวเลือกหลักของหอประชุมแบบติดตั้งถาวร แต่ไม่ได้แปลว่ามันด้อยกว่า เพียงแค่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนละแบบ จุดแข็งของพลาสติก PP คือน้ำหนักเบา ทนแดดทนฝน ทำความสะอาดง่าย และราคาย่อมเยากว่ามาก ทำให้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง เช่น หอประชุมชั่วคราวในโรงเรียนที่ต้องเปลี่ยนฟังก์ชันพื้นที่บ่อย งานอีเวนต์ งานสัมมนากลางแจ้ง หรืองานที่ต้องยกเก้าอี้เข้าออกและซ้อนเก็บวันเดียวจบ
ตามที่เคยพูดถึงในบทความ โรงเรียนควรซื้อเก้าอี้พลาสติกแบบไหน กี่ตัวถึงพอใช้ หอประชุมโรงเรียนที่ใช้จัดกิจกรรมรวมแถวหรือประชุมผู้ปกครองเป็นครั้งคราว มักเน้นเก้าอี้ที่ซ้อนเก็บง่ายมากกว่าความหรูหรา ต่างจากหอประชุมถาวรของมหาวิทยาลัยหรือโรงละครที่ต้องการเบาะนั่งสบายระยะยาว และหากเทียบกับ เก้าอี้งานวัด VS เก้าอี้จัดเลี้ยง ก็จะเห็นหลักคิดคล้ายกัน คือเก้าอี้พลาสติกเหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยและเจอสภาพอากาศแปรปรวน ส่วนเก้าอี้เบาะเหมาะกับงานที่นั่งนานและต้องการความสบายเป็นหลัก
หอประชุมเน้นการนั่งฟังต่อเนื่องหลายชั่วโมง จึงต้องมีโฟมและผ้าหุ้มช่วยลดแรงกด
พื้นผิวนุ่มช่วยดูดซับเสียงสะท้อน ต่างจากพลาสติกเปลือยที่ทำให้เสียงก้อง
สนามกีฬาเจอแดดฝนตลอดปี พลาสติก PP/HDPE จึงตอบโจทย์เรื่องความทนทานและดูแลง่าย
พื้นที่อเนกประสงค์ที่ต้องยกเก้าอี้เข้าออกบ่อย พลาสติกเบาและซ้อนเก็บง่ายกว่ามาก
เก้าอี้หอประชุมกับเก้าอี้สนามกีฬาไม่ได้ต่างกันเพราะแบบไหนดีกว่าแบบไหน แต่ต่างกันเพราะถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนละสภาพแวดล้อมและระยะเวลาการใช้งาน หอประชุมต้องการความสบายระยะยาวและคุณภาพเสียงที่ดี จึงต้องพึ่งเบาะโฟมและผ้าหุ้ม ส่วนสนามกีฬาต้องการความทนทานต่อแดดฝนและดูแลรักษาง่าย พลาสติกจึงเป็นคำตอบที่ลงตัวกว่า สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์ เช่น หอประชุมโรงเรียนหรืองานอีเวนต์ที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย เก้าอี้พลาสติกยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงที่สุด