ถ้าเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ โรงอาหาร หรือธุรกิจบริการที่ใช้จานชามจำนวนมาก “ต้นทุนจานชาม” ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันเป็นของที่ต้องซื้อซ้ำ เติมสต็อกเรื่อย ๆ และมีโอกาสเสียหายจากการใช้งานจริงทุกวัน ในกลุ่มภาชนะที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในไทย “เมลามีน” มักถูกเลือกเป็นตัวหลัก เพราะทนต่อการใช้งานหนัก น้ำหนักเบา และรูปทรงลายมีให้เลือกหลากหลาย แต่พอถึงจังหวะต้องซื้อจริง คำถามที่วนกลับมาทุกครั้งคือ ซื้อปลีกตามห้าง/ออนไลน์แบบชิ้นหรือชุดเล็กๆ แบบของแท้ พอไหม หรือควรจัด “ราคาส่งแบบยกลัง” ไปเลยถึงจะคุ้มกว่า

คำตอบมักไม่ได้จบแค่ตัวเลขราคาเฉลี่ยต่อใบ เพราะเวลาซื้อจำนวนมาก จะมีต้นทุนประกอบอื่น ๆ โผล่มาเสมอ เช่น ค่าขนส่ง พื้นที่เก็บ และความถี่ที่ต้องเปลี่ยนของใหม่เมื่อของเก่าเสื่อมสภาพ
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในไทยแข่งขันกันที่กำไรต่อจานและความเร็วในการให้บริการ รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างภาชนะบนโต๊ะจึงกลายเป็น “ต้นทุนประจำวัน” แบบเงียบ ๆ ถ้าจานแตกง่าย น้ำหนักมาก ยกเสิร์ฟยาก หรือหมองเร็ว ต้องเปลี่ยนใหม่ถี่ ต้นทุนก็จะไหลออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
เมลามีนเลยกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะโดยภาพรวม “ทน ใช้ได้เรื่อย ๆ และไม่หนัก” ทำให้ร้านที่มีรอบล้างถี่ ๆ หรือมีช่วงคนแน่น ๆ เลือกใช้เป็นมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าของเมลามีนไม่ได้เหมือนกันทุกแบบ เพราะคุณภาพเนื้อวัสดุ ความหนา และมาตรฐานความปลอดภัย มีผลกับอายุการใช้งานโดยตรง ดังนั้นคนที่ซื้อเพื่อใช้จริงจึงไม่ได้มองแค่ “ราคาถูก” แต่ดูว่าใช้แล้วคุ้มกับจำนวนรอบการล้างและการใช้งานหนักแค่ไหน
ราคาจานเมลามีนในไทยไม่ได้มีตัวเดียว เพราะถูกกำหนดจากหลายชั้นของตลาด ตั้งแต่โรงงานผู้ผลิตรายใหญ่ ไปจนถึงร้านค้าปลีกสมัยใหม่และแพลตฟอร์มออนไลน์ ยิ่งปลายทางมากเท่าไร ราคาต่อใบมักสูงขึ้นตามต้นทุนของช่องทางนั้น ๆ เช่น ค่าการตลาด ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าแพ็กกิ้ง และการบริหารคลังของผู้ขาย
การซื้อแบบรายชิ้นหรือชุดเล็ก (เช่น 6 ใบ) เหมาะกับคนที่ต้องการเติมของแบบเร่งด่วน หรือซื้อไปทดลองใช้งานก่อน แต่ราคาเฉลี่ยต่อใบมักสูงที่สุด โดยราคาจานเมลามีนทรงตื้นขนาดมาตรฐาน 9 นิ้วในช่องทางออนไลน์/ค้าปลีกอาจอยู่ราว 49–78 บาทต่อใบ
ขณะที่แบบชุด 6 ใบที่เป็นสินค้ามี มอก. บางรายการอาจเห็นช่วงราคา 110–125 บาทต่อชุด (เฉลี่ยประมาณ 18–21 บาทต่อใบ) ซึ่งมักเป็นราคาโปรโมชันหรือเป็นเกรดรองลงมา
พอขยับมาเป็น “รายโหล” ราคาเริ่มนิ่งขึ้นและสะท้อนต้นทุนจริงมากกว่า ร้านค้าส่งเครื่องครัวและตัวแทนจำหน่ายมักตั้งราคาจาน 9 นิ้วประมาณ 240 บาทต่อโหล (เฉลี่ย 20 บาทต่อใบ)
แต่ถ้าเป็นกลุ่มพรีเมียม เช่น Unica หรือ Flowerware ในเครือซุปเปอร์แวร์ อาจขึ้นไปประมาณ 450–470 บาทต่อโหล (เฉลี่ย 37–39 บาทต่อใบ) ส่วนต่างนี้มักมาจากความหนา งานผิว และการควบคุมมาตรฐานที่ต่างกัน
จุดที่คนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกว่า “คุ้ม” จริง ๆ คือการสั่งแบบยกลัง โดยทั่วไป 1 ลังจะบรรจุประมาณ 8–12 โหล (ราว 96–144 ใบ) ตัวอย่างจานกลม 9 นิ้ว ยกลัง 12 โหล (144 ใบ) มีราคารวมประมาณ 3,240–3,600 บาท เมื่อตีเฉลี่ยแล้วจะอยู่ราว 22.50–25.00 บาทต่อใบ แต่ถ้าเอาไปเทียบกับการซื้อปลีกรายชิ้นที่ราคาเฉลี่ยแถว 50 บาทต่อใบ ภาพมันจะชัดทันทีว่า “ต่างกันมาก”
| ประเภทการสั่งซื้อ | จำนวน (ใบ) | ราคาเฉลี่ยต่อใบ (บาท) | ราคารวม (บาท) | ภาพรวมความคุ้ม |
|---|---|---|---|---|
| ซื้อปลีกรายชิ้น (Modern Trade/ออนไลน์) | 1 | 49.00 – 78.00 | 49 – 78 | สะดวกสุด แต่ราคาต่อใบสูง เหมาะกับซื้อด่วนหรือเติมของเล็กน้อย |
| ซื้อปลีก (E-commerce ชุด 6 ใบ) | 6 | 18.50 – 30.83 | 110 – 185 | เจอราคาโปรได้ แต่ต้องดูเกรด/มาตรฐานและความสม่ำเสมอของล็อต |
| ซื้อส่งรายโหล | 12 | 35.00 – 39.00 | 420 – 468 | เริ่มเหมาะกับร้านเล็ก–กลาง เติมสต็อกได้ง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่เก็บมาก |
| ซื้อส่งยกลัง (ตัวอย่าง 12 โหล) | 144 | 22.50 – 25.00 | 3,240 – 3,600 | ราคาต่อใบลดลงชัด เหมาะกับร้านที่ใช้เยอะและวางแผนสต็อกเป็น |
จากตารางจะเห็นว่า “ยกลัง” ชนะในมุมราคาเฉลี่ยต่อใบแบบชัดเจน ถ้าร้านใช้จานจำนวนมาก หรือกำลังเปิดร้านใหม่ที่ต้องจัดเต็มตั้งแต่วันแรก การประหยัด 50–60% เมื่อเทียบกับการซื้อปลีกรายชิ้นถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ความคุ้มยังไม่ได้จบแค่ตัวเลข เพราะยังมีต้นทุนแฝงที่ต้องคิดให้ครบ
คำว่า “คุ้ม” ในโลกของร้านอาหารไม่ได้แปลว่าถูกที่สุดเสมอไป บางร้านซื้อยกลังเพราะเห็นราคาต่อใบถูก แต่สุดท้ายกลายเป็นของค้างสต็อก หรือเจอค่าขนส่งที่ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้น จุดที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่ ๆ คือ ค่าขนส่ง พื้นที่เก็บ และความถี่ในการเปลี่ยนของใหม่
การสั่งยกลังทำให้ของหนักขึ้นทันที ตัวอย่างจาน 9 นิ้ว 1 โหลหนักประมาณ 3.3 กิโลกรัม ถ้าสั่ง 12 โหล น้ำหนักจะขึ้นไปแถว 40 กิโลกรัม ซึ่งเกินระดับพัสดุเล็กทั่วไป ดังนั้นต้องคิดค่าเดินทางของรถและรูปแบบการส่งให้เหมาะ ไม่อย่างนั้นราคาถูกหน้าต้นทางจะถูกค่าขนส่งกลบ
ยกลังจะคุ้มก็ต่อเมื่อสามารถเก็บได้อย่างเป็นระเบียบและหยิบใช้ได้จริง ข้อดีของเมลามีนคือวางซ้อนได้สูงกว่าเซรามิก โอกาสกดทับแล้วแตกน้อยกว่า และน้ำหนักต่อชิ้นเบา แต่ยังต้องมีพื้นที่แห้ง ไม่อับ และจัดได้เป็นกอง ไม่ไปเกะกะพื้นที่ครัวหรือทางเดินของพนักงาน
ถ้าซื้อยกลังแล้วได้ของที่คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ผิวด้านเร็ว สีอาหารติดแน่น หรือมีลายพิมพ์ลอกไว ร้านจะต้องเปลี่ยนจานใหม่ถี่ขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อเดือนพุ่งขึ้นแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น “ยกลัง” ต้องคู่กับ “เลือกมาตรฐานให้ถูก” ไม่ใช่แค่เลือกช่องทางให้ถูก
เมลามีนที่ใช้งานในร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและผิวเรียบ จุดที่ผู้ซื้อควรดูให้ชัดคือ “มาตรฐาน” และ “สภาพผิว” เพราะสองอย่างนี้สัมพันธ์กับความปลอดภัยและอายุการใช้งาน
การมีตรา มอก. ช่วยให้มั่นใจว่าเมลามีนผ่านการทดสอบเรื่องการละลายของสารที่ไม่ควรปนออกมาในอาหารตามเกณฑ์ที่ปลอดภัย อีกมุมหนึ่งคือสินค้าที่ผ่านมาตรฐานมักควบคุมคุณภาพการผลิตได้ดีกว่า ทำให้ใช้ได้นานกว่าในงานหนัก
เมลามีนโดยทั่วไปเหมาะกับอาหารร้อนในระดับใช้งานจริง แต่ควรหลีกเลี่ยงการเอาเข้าไมโครเวฟเพื่อ “ปรุง” อาหาร และควรยึดแนวทางความปลอดภัยที่ระดับอุณหภูมิไม่เกินประมาณ 100 องศาเซลเซียส การใช้งานแบบร้านอาหารจริง ๆ ถ้าเป็นเสิร์ฟร้อนและล้างเร็ว มักไม่มีปัญหา สิ่งที่ทำให้เมลามีนเสื่อมไวกลับเป็น “การขัดแรง ๆ” และการใช้สารทำความสะอาดรุนแรงมากกว่า
การซื้อยกลังมักช่วยให้ร้านตัดสินใจ “เปลี่ยนของใหม่ได้ทันที” เพราะต้นทุนต่อใบต่ำลง เมื่อเทียบกับการฝืนใช้ใบเก่าที่เสื่อมและส่งผลต่อภาพจานอาหารหรือความปลอดภัยของลูกค้า
เรื่องทำเลจัดซื้อมีผลกับราคาโดยตรง เพราะบางพื้นที่เป็นทั้งแหล่งโรงงาน โกดัง และศูนย์ค้าส่งที่แข่งกันสูง ถ้าตั้งใจซื้อยกลัง การเข้าถึงแหล่งต้นทางจะช่วยให้ได้ทั้งความหลากหลายของรุ่นและความมั่นใจเรื่องล็อตสินค้า
ย่านสุขสวัสดิ์ซอย 36 ในเขตราษฎร์บูรณะเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตรายใหญ่ในตลาดไทย ข้อดีคือสินค้าให้เลือกเยอะ และความมั่นใจเรื่องมาตรฐานค่อนข้างสูง อีกจังหวะที่คนซื้อเป็นจำนวนมากชอบจับตาคืองาน Factory Sale ช่วงกลางปีและปลายไตรมาส ซึ่งบางครั้งส่วนลดแรงมาก และเป็นช่วงที่เหมาะกับการจัดสต็อกใหญ่สำหรับร้านเปิดใหม่หรือร้านที่มีสาขาหลายจุด
โซนสมุทรปราการมีทั้งโกดังค้าส่งและจุดกระจายสินค้า ทำให้เหมาะกับคนที่อยากเลือกของหลายสไตล์ โดยเฉพาะร้านอาหารสมัยใหม่ที่ต้องการโทนมินิมอลหรือคาเฟ่ บางโกดังมีงานเกรดส่งออกและราคาเริ่มต้นต่ำมากในบางช่วง
ถ้าร้านต้องการซื้อแบบผสมรุ่นหลายขนาด หลายทรง พร้อมอุปกรณ์ครัวอย่างอื่นไปด้วย ย่านสำเพ็งและตลาดปากน้ำยังเป็นแหล่งยอดนิยม เพราะเลือกสินค้าได้ยืดหยุ่น แม้ราคาอาจไม่ต่ำเท่าหน้าโรงงานในบางรายการ แต่สะดวกในมุมการ “จัดชุด” ให้จบในที่เดียว
| ประเภทบริการ | ค่าบริการโดยประมาณ | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Lalamove (รถกระบะ) | เริ่มต้น 159 + 9 บาท/กม. | ส่งด่วนถึงหน้างาน เหมาะกับงานเร่ง | ราคาเพิ่มตามระยะทาง เหมาะกับระยะไม่ไกลมาก |
| Nim Express | ประมาณ 350–450 บาท/ลัง | ส่งได้ทั่วประเทศ ราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างคุมได้ | ใช้เวลา 1–3 วัน ต้องแพ็กให้แน่น |
| ขนส่งของบริษัท/โรงงาน | มัก “ฟรี” เมื่อยอดซื้อถึงเกณฑ์ (เช่น > 10,000 บาท) | คุมต้นทุนดีที่สุดสำหรับออร์เดอร์ใหญ่ | ต้องสั่งถึงขั้นต่ำ และต้องนัดรอบส่ง |
| Kerry / พัสดุด่วนทั่วไป | ไม่แนะนำกับลังหนัก | จุดรับส่งเยอะ | มีจำกัดน้ำหนัก 25–30 กก. เสี่ยงต้องแยกหลายกล่อง ค่าส่งรวมอาจสูง |
วิธีคิดง่าย ๆ คืออย่าดูแค่ “ราคาจาน” ให้ดูเป็น “ราคาถึงหน้าร้าน” ถ้ารวมค่าขนส่งแล้วราคาต่อใบยังถูกกว่าซื้อปลีกใกล้ร้านอย่างมีนัยสำคัญ และร้านมีพื้นที่เก็บพอ ยกลังจะเริ่มทำงานทันทีในเชิงต้นทุน
หลายร้านมองเมลามีนเป็นเรื่อง “ทนไม่แตก” อย่างเดียว แต่ในงานจริง ความเบาของภาชนะส่งผลต่อความเร็วการเสิร์ฟและความเหนื่อยของพนักงานด้วย พนักงานสามารถถือจานเมลามีนได้หลายใบในครั้งเดียวมากกว่าจานเซรามิก ทำให้การเก็บโต๊ะและการหมุนโต๊ะเร็วขึ้น โดยเฉพาะช่วงคนแน่น
อีกด้านหนึ่ง การยกของหนักซ้ำ ๆ เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการปวดหลังในพนักงานบริการ ภาชนะที่เบากว่า ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในงานประจำวัน ผลลัพธ์ทางอ้อมคือทำงานได้ต่อเนื่องขึ้น ลดความเสี่ยงบาดเจ็บ และลดต้นทุนแฝงด้านการหยุดงาน/ลาออก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในบิลซื้อของ แต่ส่งผลกับกำไรจริงของร้าน
ยกลังเหมาะกับร้านที่เข้าเงื่อนไขอย่างน้อยหนึ่งข้อดังนี้
ถ้าร้านยังเล็กมากและพื้นที่เก็บจำกัด การเริ่มจากรายโหลหรือ 2–3 โหลในรุ่นที่ใช้บ่อยสุดอาจเป็นจุดเริ่มที่ปลอดภัยกว่า แต่ถ้าร้านมีแนวโน้มขยาย หรือมีพฤติกรรมเติมของทุกเดือนอยู่แล้ว การขยับเป็นยกลังจะเริ่มเห็นความคุ้มไวขึ้น
ถ้ามองเฉพาะราคาเฉลี่ยต่อใบ “ยกลัง” คุ้มกว่าชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการซื้อปลีกรายชิ้นที่ราคามักสูงกว่า 50–60% แต่ความคุ้มจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อคิดครบ 3 เรื่อง: (1) คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า (2) ต้นทุนขนส่งรวมถึงหน้าร้าน (3) ความสามารถในการเก็บสต็อก
ร้านที่วางแผนสต็อกเป็น มีพื้นที่เก็บพอ และเลือกสินค้าที่มาตรฐานชัดเจน จะได้ทั้งต้นทุนต่อใบที่ต่ำลง การทำงานหน้าร้านที่คล่องขึ้น และความสม่ำเสมอของอุปกรณ์ในระยะยาว สุดท้ายมันไม่ใช่แค่ “จานถูกลง” แต่คือระบบต้นทุนของร้านที่นิ่งขึ้นและคุมได้ง่ายขึ้น
ค้นพบความทนทานและดีไซน์ที่ลงตัวของ จาน ชาม ถาด และอุปกรณ์เมลามีน จาก ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ผลิตด้วยเมลามีนเกรดพาณิชย์ (A5) ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล แข็งแรง ปลอดภัย ใช้งานได้ทั้งในบ้าน โรงแรม โรงอาหาร และร้านอาหารระดับมืออาชีพ
รวมลิงก์บทความจากเว็บไซต์ทางการ Srithai Superware สำหรับศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม