เดินเข้าตลาดนัดหรือเปิดแอปช้อปปิ้งออนไลน์ หลายคนคงเคยเจอเก้าอี้พลาสติกราคาเพียงหลักสิบบาท ซึ่งถูกกว่าราคาปกติในท้องตลาดหลายเท่าตัว คำถามที่ตามมาคือ ราคาที่ถูกขนาดนี้ยังคุ้มค่าที่จะซื้อไปใช้งานจริงหรือเปล่า หรือสุดท้ายจะกลายเป็นของที่ต้องทิ้งแล้วซื้อใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เหตุผลหลักที่เก้าอี้เหล่านี้ราคาถูกได้ขนาดนี้ มาจากการลดต้นทุนวัตถุดิบเป็นหลัก ทั้งการใช้พลาสติกรีไซเคิลแทนเม็ดพลาสติกใหม่ ลดปริมาณเนื้อพลาสติกให้บางลงเพื่อประหยัดวัสดุ และบางรายก็ลดขั้นตอนการควบคุมคุณภาพเพื่อให้ผลิตได้เร็วและถูกลง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของเก้าอี้
ตามที่เคยสรุปไว้ในบทความ เก้าอี้พลาสติกแบบหนา มีวิธีดูยังไง ราคาประมาณเท่าไหร่ ราคาของเก้าอี้พลาสติกเกรดดีที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่ในตลาดไทยจะอยู่ในช่วงที่ค่อนข้างชัดเจน ดังนี้
เก้าอี้กลุ่มนี้มักผลิตจากพลาสติก PP หรือ HDPE เกรดใหม่ ตามที่เคยอธิบายไว้ในบทความ เก้าอี้พลาสติกเกรด A คืออะไร ต่างจากเก้าอี้ทั่วไปยังไง ซึ่งให้ความแข็งแรง ทนแดดทนฝน และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเก้าอี้เกรดทั่วไปอย่างชัดเจน
เก้าอี้พลาสติกที่ราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก มักอยู่ในช่วงราคาต่อไปนี้
"ราคาที่ถูกกว่าเสมอมีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง คำถามคือเหตุผลนั้นเรารับได้หรือเปล่าเมื่อต้องใช้งานจริง"
วิธีที่ง่ายและแม่นยำที่สุดคือชั่งน้ำหนัก เก้าอี้พลาสติกที่บางและเบากว่า 1 กิโลกรัมมักเป็นสัญญาณของคุณภาพต่ำ ในขณะที่เก้าอี้เกรดดีมักหนักตั้งแต่ 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป เพราะใช้เนื้อพลาสติกมากกว่าและหนาแน่นกว่า
เก้าอี้ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่จะมีสีสดใสและสม่ำเสมอทั้งตัว ผิวมันเงา ไม่มีรอยด่างหรือความขุ่น ในขณะที่เก้าอี้จากพลาสติกรีไซเคิลมักมีสีหมองกว่า สีไม่สม่ำเสมอ หรือมีจุดด่างเล็กๆ กระจายอยู่บนผิว
ลองกดหรือบีบเบาๆ บริเวณที่นั่งและพนักพิง เก้าอี้เกรดดีจะรู้สึกแน่น มีความยืดหยุ่นพอดี ไม่ยุบตัวง่าย ในขณะที่เก้าอี้ราคาถูกเว่อร์มักรู้สึกบางและยุบตัวง่ายกว่าเห็นได้ชัด บางรุ่นถ้าสัมผัสด้วยมือจะรู้สึกถึงผิวขรุขระหรือขอบคมที่ยังตัดแต่งไม่เรียบร้อย
เก้าอี้พลาสติกส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์สามเหลี่ยมรีไซเคิลพร้อมตัวเลขกำกับอยู่ใต้ที่นั่ง เลข 5 หมายถึง PP และเลข 2 หมายถึง HDPE ซึ่งเป็นพลาสติกที่นิยมใช้ทำเก้าอี้คุณภาพดี หากไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ เลย อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ผลิตไม่ได้ใส่ใจเรื่องมาตรฐานวัสดุมากนัก
ลองสมมติสถานการณ์ใช้งานเก้าอี้กลางแจ้งต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริงระหว่างสองทางเลือก
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่าแม้ราคาตั้งต้นของเก้าอี้ถูกเว่อร์จะต่ำกว่า แต่เมื่อคำนวณรวมตลอด 3 ปีจากการต้องซื้อซ้ำ ต้นทุนรวมกลับสูงกว่าการซื้อเก้าอี้เกรด A เพียงครั้งเดียว ยังไม่นับรวมเวลาที่เสียไปกับการหาซื้อซ้ำ ค่าขนส่งที่จ่ายซ้ำหลายรอบ และความเสี่ยงที่เก้าอี้จะแตกร้าวจนเกิดอุบัติเหตุระหว่างใช้งาน
เก้าอี้ราคาถูกเว่อร์ไม่ได้แปลว่าไม่ควรซื้อเสมอไป มีบางสถานการณ์ที่เหมาะสมจริงๆ เช่น ใช้งานเพียงครั้งเดียวสำหรับงานอีเวนต์ชั่วคราว ใช้ในร่มที่ไม่โดนแดดฝน หรือใช้เป็นของตกแต่งชั่วคราวที่ไม่ได้เน้นความทนทาน ในกรณีเหล่านี้ เก้าอี้ราคาถูกอาจตอบโจทย์เรื่องงบประมาณได้ดีกว่า
แต่หากเป็นการใช้งานต่อเนื่องระยะยาว ใช้กลางแจ้งที่ต้องเจอแดดฝน หรือใช้ในสถานที่ที่มีคนนั่งบ่อยเช่นร้านอาหารหรือหน้าบ้าน การลงทุนกับเก้าอี้เกรด A ตั้งแต่แรกจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาวอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ต้นทุนรวมและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
เก้าอี้พลาสติกราคาถูกเว่อร์ไม่ได้แย่เสมอไป แต่ต้องเข้าใจว่าราคาที่ต่ำมาจากการลดต้นทุนวัสดุ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งาน หากใช้งานเพียงชั่วคราวก็อาจคุ้มค่า แต่ถ้าต้องใช้งานต่อเนื่องระยะยาวโดยเฉพาะกลางแจ้ง การลงทุนกับเก้าอี้เกรด A ตั้งแต่แรกมักคุ้มค่ากว่าเมื่อคำนวณต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ทั้งในแง่งบประมาณและความปลอดภัยของคนที่นั่งใช้งานจริง
```