
ถ้าถามว่า เก้าอี้พลาสติกทนไฟได้ไหม คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ "ขึ้นอยู่กับว่าพลาสติกชนิดไหน และมีสารอะไรผสมอยู่ในนั้น" เพราะพลาสติกไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว และความทนไฟของแต่ละชนิดต่างกันมาก
สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดคือคิดว่าพลาสติก "ไม่ทนไฟ" เหมือนกันหมด แต่ความจริงคือพลาสติกบางชนิดดับไฟเองได้เมื่อเอาแหล่งความร้อนออก บางชนิดละลายโดยไม่ลามไฟ บางชนิดลามไฟช้ามาก และบางชนิดลุกไหม้รวดเร็วและปล่อยควันพิษอย่างรุนแรง ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องของความเป็นความตายในกรณีเพลิงไหม้จริง
สำหรับเก้าอี้พลาสติกทั่วไปที่ใช้ในบ้านอาจยังพอรับได้ แต่สำหรับเก้าอี้ที่ใช้ในโรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล ห้องประชุม หรืออาคารสาธารณะที่มีคนอยู่พร้อมกันจำนวนมาก เรื่องนี้คือความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการต้องรู้และปฏิบัติตาม ไม่ใช่แค่ความสมัครใจ
"ในกรณีเพลิงไหม้ในอาคาร ควันจากเฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่ไม่ผ่านมาตรฐานทนไฟมักคร่าชีวิตผู้คนก่อนที่เปลวไฟจะถึงตัว"
พลาสติกที่ใช้ทำเก้าอี้ทั่วไปในไทยมักเป็น PP (Polypropylene) หรือ PE (Polyethylene) ทั้งสองชนิดนี้ ติดไฟได้ง่ายและลามไฟได้เร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุเฟอร์นิเจอร์ชนิดอื่น
ค่า LOI หรือ Limiting Oxygen Index เป็นตัวชี้วัดที่นักวิทยาศาสตร์ใช้บอกว่าพลาสติกต้องการออกซิเจนปริมาณเท่าไหร่จึงจะติดไฟอยู่ได้ ค่า LOI ต่ำหมายถึงติดไฟง่าย ค่า LOI สูงหมายถึงดับไฟได้เองในอากาศปกติ อากาศทั่วไปมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 21% ดังนั้นวัสดุที่มี LOI ต่ำกว่า 21% จะลุกไหม้ได้เองในอากาศปกติ
สิ่งที่อันตรายมากไปกว่าเปลวไฟคือ ก๊าซพิษและควันที่ปล่อยออกมาระหว่างการเผาไหม้ PP และ PE เมื่อไหม้จะปล่อยสาร Carbon Monoxide (CO) และ สาร Volatile Organic Compounds (VOCs) ออกมา ซึ่งทำให้หมดสติได้รวดเร็วแม้ความเข้มข้นไม่สูงมากนัก ในกรณีเพลิงไหม้จริงในอาคาร ผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสูดควันพิษ ไม่ใช่จากเปลวไฟโดยตรง
Flame Retardant หรือ "สารหน่วงการติดไฟ" คือสารเคมีที่ผสมลงไปในพลาสติกหรือเคลือบไว้บนผิวของวัสดุ เพื่อชะลอหรือป้องกันการลุกไหม้ มันไม่ได้ทำให้พลาสติกทนไฟ 100% หรือไม่ติดไฟเลย แต่ทำให้การลุกไหม้ช้าลงมากพอที่คนในอาคารจะมีเวลาหนีออกมาได้
สาร Flame Retardant ทำงานได้หลายกลไก กลไกแรกคือ การดูดความร้อน สารบางชนิดจะดูดความร้อนออกจากปฏิกิริยาการเผาไหม้ทำให้อุณหภูมิไม่สูงพอที่จะลามต่อ กลไกที่สองคือ การสร้างชั้นถ่านคาร์บอน บนผิวพลาสติกเมื่อโดนความร้อน ชั้นนี้ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไม่ให้ความร้อนเข้าถึงพลาสติกชั้นในได้ กลไกที่สามคือ การปล่อยก๊าซที่ไม่ติดไฟ ออกมาเพื่อเจือจางก๊าซไวไฟที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้พลาสติก
สาร Flame Retardant มีหลายกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Halogenated (มีคลอรีนหรือโบรมีน) กลุ่ม Phosphorus-based กลุ่ม Nitrogen-based และกลุ่ม Inorganic เช่น Aluminium Hydroxide แต่ละกลุ่มมีประสิทธิภาพ ต้นทุน และผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต่างกัน ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป
ทั่วโลกมีมาตรฐานความทนไฟหลายชุดที่ใช้กับเฟอร์นิเจอร์และพลาสติก มาตรฐานที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มีดังนี้
UL 94 (Underwriters Laboratories) คือมาตรฐานของอเมริกาที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลกสำหรับการจัดระดับความทนไฟของพลาสติก แบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยระดับที่พบบ่อยในเฟอร์นิเจอร์คือ V-0, V-1 และ V-2 ตัวเลขยิ่งต่ำหมายถึงทนไฟได้ดีกว่า ระดับ V-0 คือดับไฟเองได้ภายใน 10 วินาทีหลังเอาแหล่งไฟออก ระดับ V-2 ดับได้ภายใน 30 วินาทีแต่อาจมีหยดพลาสติกไฟลงมา
EN 1021 (European Standard) คือมาตรฐานยุโรปสำหรับการทดสอบการติดไฟของเฟอร์นิเจอร์นุ่ม แต่หลักการของการทดสอบด้วยแหล่งความร้อนมาตรฐานนำมาประยุกต์ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปรวมถึงเก้าอี้พลาสติกได้เช่นกัน
ISO 11925 และ ISO 9239 คือมาตรฐาน ISO สากลที่ใช้ทดสอบการติดไฟและการลามไฟของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ข้อมูลมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องดูเพิ่มเติมได้ที่ ISO.org
เก้าอี้พลาสติกทั่วไปที่ขายในตลาดไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุว่าผ่านระดับไหนในมาตรฐาน UL 94 ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อในอาคารสาธารณะไม่มีทางรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อมาจะมีพฤติกรรมอย่างไรเมื่อเกิดเพลิงไหม้
ในประเทศไทย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับความทนไฟของวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ดูแลโดยหน่วยงานหลักสองแห่งคือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งดูแลกฎหมายอาคาร
สมอ. มีมาตรฐาน มอก. หลายฉบับที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของพลาสติกและวัสดุก่อสร้าง แต่สำหรับเฟอร์นิเจอร์พลาสติกโดยเฉพาะ ยังไม่มี มอก. ที่กำหนดค่าความทนไฟขั้นต่ำสำหรับเก้าอี้พลาสติกทั่วไปเป็นการเฉพาะ ทำให้เป็นช่องว่างที่ผู้ประกอบการในอาคารสาธารณะต้องตัดสินใจเองว่าจะใช้มาตรฐานใดเป็นเกณฑ์อ้างอิง ข้อมูลมาตรฐาน มอก. ดูได้ที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — tisi.go.th
ในส่วนของกฎหมายอาคาร กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) และฉบับที่เกี่ยวข้องกำหนดข้อบังคับด้านความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงเรื่องวัสดุก่อสร้างและการป้องกันอัคคีภัย แต่มักระบุถึงวัสดุโครงสร้างอาคารมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่วางภายใน ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง — dpt.go.th
สำหรับกฎหมายความปลอดภัยในที่ทำงานและอาคารสาธารณะ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีกฎหมายที่กำหนดให้นายจ้างต้องจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย รวมถึงการป้องกันอัคคีภัย ซึ่งโดยนัยครอบคลุมถึงเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ทำงานด้วย ดูข้อมูลได้ที่ กระทรวงแรงงาน — labour.go.th
ช่องว่างในกฎหมายไทยที่ยังไม่กำหนดมาตรฐานทนไฟขั้นต่ำของเฟอร์นิเจอร์พลาสติกในอาคารสาธารณะโดยเฉพาะ หมายความว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ได้มาตรฐานทนไฟในปัจจุบันยังเป็นเรื่องของจริยธรรมและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมาย
แม้กฎหมายไทยยังไม่ได้กำหนดเรื่องเฟอร์นิเจอร์พลาสติกโดยตรง แต่มีสถานที่หลายประเภทที่กฎหมายและมาตรฐานสากลกำหนดว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยจากไฟเป็นพิเศษ
เพื่อให้เห็นภาพว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ในอดีตมีเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสาธารณะทั้งในไทยและต่างประเทศหลายครั้งที่การสอบสวนพบว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานทนไฟเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไฟลามเร็วและมีผู้เสียชีวิตมากกว่าที่ควรจะเป็น
ในเชิงกฎหมาย ผู้ประกอบการที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานในอาคารสาธารณะอาจเผชิญกับความรับผิดทางแพ่งและทางอาญาได้ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้และมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แม้กฎหมายไทยจะยังไม่กำหนดมาตรฐานนี้โดยตรง แต่ความรับผิดจากการประมาทเลินเล่อในการดูแลความปลอดภัยของลูกค้าและผู้ใช้บริการมีอยู่แล้วในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
นอกจากนี้ธุรกิจโรงแรมและสถานที่จัดงานที่ต้องการการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐาน HACCP สำหรับโรงแรมที่มีห้องอาหาร หรือมาตรฐาน ISO 45001 สำหรับความปลอดภัยในการทำงาน มักมีข้อกำหนดเรื่องวัสดุในพื้นที่อยู่ด้วย
คำถามนี้สำคัญมากและมักไม่ถูกพูดถึงในการขายสินค้า ความจริงคือสาร Flame Retardant บางกลุ่มมีความกังวลด้านสุขภาพที่ต้องรู้
กลุ่ม Halogenated Flame Retardants (HFRs) โดยเฉพาะพวก Brominated เช่น PBDE (Polybrominated Diphenyl Ethers) เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงแต่เป็นที่ถกเถียงด้านสุขภาพมากที่สุด สาร PBDE บางชนิดถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรปและบางรัฐของสหรัฐอเมริกาแล้ว เพราะพบว่าสะสมในเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตและมีผลต่อระบบฮอร์โมนได้
กลุ่ม Phosphorus-based และ Nitrogen-based ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ไม่สะสมในร่างกาย ย่อยสลายได้ดีกว่า และเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมกำลังมุ่งไป แต่ราคาสูงกว่าและประสิทธิภาพทนไฟอาจต่ำกว่าในบางการใช้งาน
กลุ่ม Inorganic เช่น Aluminium Hydroxide ถือว่าปลอดภัยที่สุดในกลุ่ม ไม่มีความเป็นพิษ ย่อยสลายได้ดี แต่ต้องใช้ปริมาณมากกว่าจึงจะได้ผล ทำให้น้ำหนักชิ้นงานสูงขึ้นและการขึ้นรูปพลาสติกยากขึ้น
โดยรวมแล้ว เฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่มี Flame Retardant ผสมอยู่ ถ้าใช้งานปกติในสภาพอุณหภูมิห้องจะไม่มีการปล่อยสารพิษออกมาในปริมาณที่เป็นอันตราย สารจะปล่อยออกมาก็ต่อเมื่อถูกเผาหรือได้รับความร้อนสูงมาก ซึ่งในกรณีนั้นอันตรายจากไฟก็มากกว่าอยู่แล้ว
สำหรับผู้ซื้อทั่วไปที่ไม่มีห้องแล็บ มีวิธีเบื้องต้นที่ช่วยคัดกรองได้ดังนี้
ขอใบรับรองมาตรฐานจากผู้ขาย คือวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุด เก้าอี้ที่ผ่าน UL 94 V-0 หรือ V-1 จริงจะมีเอกสารรับรองจากห้องแล็บที่ได้รับการรับรองมาให้ได้ ถ้าผู้ขายไม่มีหรือยืนยันไม่ได้ ให้ถือว่าไม่ผ่านมาตรฐาน
มองหาสัญลักษณ์หรือการระบุบนตัวสินค้า พลาสติกที่ผ่านมาตรฐาน UL 94 บางรุ่นมีการพิมพ์ระดับไว้บนชิ้นงาน เช่น "94V-0" หรือ "94V-2" แต่วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะสินค้าที่ผู้ผลิตตั้งใจระบุ ไม่ใช่ทุกยี่ห้อจะทำ
สอบถามผู้ผลิตโดยตรง สำหรับการจัดซื้อจำนวนมากหรือโครงการสำคัญ ควรติดต่อผู้ผลิตโดยตรงเพื่อขอข้อมูลสเปกวัสดุ (Material Specification Sheet) ซึ่งจะระบุว่าพลาสติกที่ใช้มีสาร Flame Retardant ผสมอยู่ระดับไหน
ทดสอบเบื้องต้นด้วยไฟแช็ก (ทำในที่ปลอดภัยเท่านั้น) วิธีนี้ไม่ใช่การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ แต่พอบอกได้คร่าว ๆ ว่าพลาสติกตัวนั้นดับไฟเองได้ไหมหลังเอาแหล่งความร้อนออก ถ้าดับทันทีหรือภายในไม่กี่วินาที แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะมีสาร Flame Retardant อยู่ ถ้าลามต่อไปเรื่อย ๆ แสดงว่าไม่มี หรือมีน้อยมาก
ความต้องการเรื่อง Flame Retardant ไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าจะนำเก้าอี้ไปใช้ที่ไหนและในบริบทไหน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานเก้าอี้พลาสติกในไทยและสินค้าที่ผ่านมาตรฐาน มอก. สามารถดูได้ที่ สมอ. — tisi.go.th และติดตามบทความความรู้เรื่องเก้าอี้พลาสติกเพิ่มเติมได้ที่ Srithaionline.com/article
มาตรฐาน Flame Retardant ในเฟอร์นิเจอร์พลาสติกยังเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเพราะกฎหมายยังไม่บังคับโดยตรง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงไม่มีอยู่ สำหรับสถานที่ที่มีคนจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ผ่านมาตรฐานทนไฟไม่ใช่ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน แต่คือการลงทุนในความปลอดภัยของคนที่เราดูแลรับผิดชอบ