เก้าอี้พลาสติกทนไฟได้แค่ไหน มาตรฐานคืออะไร

 

 

ความปลอดภัยและมาตรฐาน

เก้าอี้พลาสติกทนไฟได้แค่ไหน มาตรฐานคืออะไร

— เรื่องที่โรงแรม โรงเรียน และอาคารสาธารณะต้องรู้ก่อนซื้อ

พลาสติกทุกชนิดติดไฟได้ แต่ไม่ได้แปลว่าติดไฟเท่ากันหมด มาตรฐานสากลที่มีอยู่กำหนดชัดเจนว่าเฟอร์นิเจอร์ในอาคารสาธารณะต้องผ่านระดับไหนบ้าง

โดย ทีมงาน Srithaionline.com |  อัพเดตล่าสุด: มิถุนายน 2568 |  อ่าน 12 นาที
 
สารบัญบทความ
  1. พลาสติกกับไฟ — ความจริงที่ต้องรู้ก่อน
  2. เก้าอี้พลาสติกติดไฟแบบไหน และอันตรายแค่ไหน?
  3. Flame Retardant คืออะไร ทำงานยังไง?
  4. มาตรฐานสากลที่ใช้วัดความทนไฟในเฟอร์นิเจอร์
  5. ประเทศไทยมีมาตรฐานอะไรอยู่บ้าง?
  6. สถานที่ไหนบ้างที่กฎหมายกำหนดต้องใช้วัสดุทนไฟ?
  7. ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงเมื่อใช้เฟอร์นิเจอร์ไม่ผ่านมาตรฐาน
  8. สาร Flame Retardant ปลอดภัยกับมนุษย์ไหม?
  9. วิธีตรวจสอบว่าเก้าอี้ที่จะซื้อผ่านมาตรฐานทนไฟหรือเปล่า
  10. สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ซื้อแต่ละกลุ่ม

พลาสติกกับไฟ — ความจริงที่ต้องรู้ก่อน

ถ้าถามว่า เก้าอี้พลาสติกทนไฟได้ไหม คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ "ขึ้นอยู่กับว่าพลาสติกชนิดไหน และมีสารอะไรผสมอยู่ในนั้น" เพราะพลาสติกไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว และความทนไฟของแต่ละชนิดต่างกันมาก

สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดคือคิดว่าพลาสติก "ไม่ทนไฟ" เหมือนกันหมด แต่ความจริงคือพลาสติกบางชนิดดับไฟเองได้เมื่อเอาแหล่งความร้อนออก บางชนิดละลายโดยไม่ลามไฟ บางชนิดลามไฟช้ามาก และบางชนิดลุกไหม้รวดเร็วและปล่อยควันพิษอย่างรุนแรง ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องของความเป็นความตายในกรณีเพลิงไหม้จริง

สำหรับเก้าอี้พลาสติกทั่วไปที่ใช้ในบ้านอาจยังพอรับได้ แต่สำหรับเก้าอี้ที่ใช้ในโรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล ห้องประชุม หรืออาคารสาธารณะที่มีคนอยู่พร้อมกันจำนวนมาก เรื่องนี้คือความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการต้องรู้และปฏิบัติตาม ไม่ใช่แค่ความสมัครใจ

"ในกรณีเพลิงไหม้ในอาคาร ควันจากเฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่ไม่ผ่านมาตรฐานทนไฟมักคร่าชีวิตผู้คนก่อนที่เปลวไฟจะถึงตัว"

เก้าอี้พลาสติกติดไฟแบบไหน และอันตรายแค่ไหน?

พลาสติกที่ใช้ทำเก้าอี้ทั่วไปในไทยมักเป็น PP (Polypropylene) หรือ PE (Polyethylene) ทั้งสองชนิดนี้ ติดไฟได้ง่ายและลามไฟได้เร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุเฟอร์นิเจอร์ชนิดอื่น

ค่า LOI หรือ Limiting Oxygen Index เป็นตัวชี้วัดที่นักวิทยาศาสตร์ใช้บอกว่าพลาสติกต้องการออกซิเจนปริมาณเท่าไหร่จึงจะติดไฟอยู่ได้ ค่า LOI ต่ำหมายถึงติดไฟง่าย ค่า LOI สูงหมายถึงดับไฟได้เองในอากาศปกติ อากาศทั่วไปมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 21% ดังนั้นวัสดุที่มี LOI ต่ำกว่า 21% จะลุกไหม้ได้เองในอากาศปกติ

ค่า LOI ของพลาสติกที่ใช้ทำเก้าอี้ทั่วไป
ชนิดพลาสติก ค่า LOI (%) ความเสี่ยง
PP (Polypropylene) 17–18 ติดไฟง่ายมาก ลามเร็ว
PE (Polyethylene) 17–18 ติดไฟง่ายมาก หยดน้ำไฟ
ABS Plastic 18–19 ติดไฟง่าย ควันดำ
PP + Flame Retardant 28–32 ดับไฟได้เองในอากาศ
PVC (Polyvinyl Chloride) 45–49 ทนไฟดีมาก แต่ควันพิษสูง

สิ่งที่อันตรายมากไปกว่าเปลวไฟคือ ก๊าซพิษและควันที่ปล่อยออกมาระหว่างการเผาไหม้ PP และ PE เมื่อไหม้จะปล่อยสาร Carbon Monoxide (CO) และ สาร Volatile Organic Compounds (VOCs) ออกมา ซึ่งทำให้หมดสติได้รวดเร็วแม้ความเข้มข้นไม่สูงมากนัก ในกรณีเพลิงไหม้จริงในอาคาร ผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสูดควันพิษ ไม่ใช่จากเปลวไฟโดยตรง

Flame Retardant คืออะไร ทำงานยังไง?

Flame Retardant หรือ "สารหน่วงการติดไฟ" คือสารเคมีที่ผสมลงไปในพลาสติกหรือเคลือบไว้บนผิวของวัสดุ เพื่อชะลอหรือป้องกันการลุกไหม้ มันไม่ได้ทำให้พลาสติกทนไฟ 100% หรือไม่ติดไฟเลย แต่ทำให้การลุกไหม้ช้าลงมากพอที่คนในอาคารจะมีเวลาหนีออกมาได้

สาร Flame Retardant ทำงานได้หลายกลไก กลไกแรกคือ การดูดความร้อน สารบางชนิดจะดูดความร้อนออกจากปฏิกิริยาการเผาไหม้ทำให้อุณหภูมิไม่สูงพอที่จะลามต่อ กลไกที่สองคือ การสร้างชั้นถ่านคาร์บอน บนผิวพลาสติกเมื่อโดนความร้อน ชั้นนี้ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไม่ให้ความร้อนเข้าถึงพลาสติกชั้นในได้ กลไกที่สามคือ การปล่อยก๊าซที่ไม่ติดไฟ ออกมาเพื่อเจือจางก๊าซไวไฟที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้พลาสติก

สาร Flame Retardant มีหลายกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Halogenated (มีคลอรีนหรือโบรมีน) กลุ่ม Phosphorus-based กลุ่ม Nitrogen-based และกลุ่ม Inorganic เช่น Aluminium Hydroxide แต่ละกลุ่มมีประสิทธิภาพ ต้นทุน และผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต่างกัน ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป

สิ่งที่ Flame Retardant ทำได้และทำไม่ได้
ทำได้
  • ชะลอการลุกไหม้
  • ลดความเร็วในการลามไฟ
  • ลดปริมาณควันในระยะแรก
  • ดับไฟได้เองเมื่อเอาแหล่งความร้อนออก
ทำไม่ได้
  • ทำให้พลาสติกทนไฟ 100%
  • กำจัดควันพิษทั้งหมด
  • ทำงานได้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่เสื่อม
  • ทดแทนระบบดับเพลิงในอาคาร

มาตรฐานสากลที่ใช้วัดความทนไฟในเฟอร์นิเจอร์

ทั่วโลกมีมาตรฐานความทนไฟหลายชุดที่ใช้กับเฟอร์นิเจอร์และพลาสติก มาตรฐานที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มีดังนี้

UL 94 (Underwriters Laboratories) คือมาตรฐานของอเมริกาที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลกสำหรับการจัดระดับความทนไฟของพลาสติก แบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยระดับที่พบบ่อยในเฟอร์นิเจอร์คือ V-0, V-1 และ V-2 ตัวเลขยิ่งต่ำหมายถึงทนไฟได้ดีกว่า ระดับ V-0 คือดับไฟเองได้ภายใน 10 วินาทีหลังเอาแหล่งไฟออก ระดับ V-2 ดับได้ภายใน 30 วินาทีแต่อาจมีหยดพลาสติกไฟลงมา

EN 1021 (European Standard) คือมาตรฐานยุโรปสำหรับการทดสอบการติดไฟของเฟอร์นิเจอร์นุ่ม แต่หลักการของการทดสอบด้วยแหล่งความร้อนมาตรฐานนำมาประยุกต์ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปรวมถึงเก้าอี้พลาสติกได้เช่นกัน

ISO 11925 และ ISO 9239 คือมาตรฐาน ISO สากลที่ใช้ทดสอบการติดไฟและการลามไฟของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ข้อมูลมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องดูเพิ่มเติมได้ที่ ISO.org

ระดับมาตรฐาน UL 94 สำหรับพลาสติกในเฟอร์นิเจอร์
ระดับ เงื่อนไขการผ่าน เหมาะกับสถานที่
V-0 ดับไฟเองได้ภายใน 10 วินาที ไม่มีหยดไฟ โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ อาคารความเสี่ยงสูง
V-1 ดับไฟเองได้ภายใน 30 วินาที ไม่มีหยดไฟ โรงแรม สำนักงาน อาคารพาณิชย์
V-2 ดับไฟเองได้ภายใน 30 วินาที อาจมีหยดไฟ โรงเรียน ห้องประชุม อาคารสาธารณะทั่วไป
HB ลามไฟช้ากว่า 76 มม./นาที เท่านั้น ที่อยู่อาศัย ใช้งานทั่วไปในบ้าน

เก้าอี้พลาสติกทั่วไปที่ขายในตลาดไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุว่าผ่านระดับไหนในมาตรฐาน UL 94 ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อในอาคารสาธารณะไม่มีทางรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อมาจะมีพฤติกรรมอย่างไรเมื่อเกิดเพลิงไหม้

ประเทศไทยมีมาตรฐานอะไรอยู่บ้าง?

ในประเทศไทย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับความทนไฟของวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ดูแลโดยหน่วยงานหลักสองแห่งคือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งดูแลกฎหมายอาคาร

สมอ. มีมาตรฐาน มอก. หลายฉบับที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของพลาสติกและวัสดุก่อสร้าง แต่สำหรับเฟอร์นิเจอร์พลาสติกโดยเฉพาะ ยังไม่มี มอก. ที่กำหนดค่าความทนไฟขั้นต่ำสำหรับเก้าอี้พลาสติกทั่วไปเป็นการเฉพาะ ทำให้เป็นช่องว่างที่ผู้ประกอบการในอาคารสาธารณะต้องตัดสินใจเองว่าจะใช้มาตรฐานใดเป็นเกณฑ์อ้างอิง ข้อมูลมาตรฐาน มอก. ดูได้ที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — tisi.go.th

ในส่วนของกฎหมายอาคาร กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) และฉบับที่เกี่ยวข้องกำหนดข้อบังคับด้านความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงเรื่องวัสดุก่อสร้างและการป้องกันอัคคีภัย แต่มักระบุถึงวัสดุโครงสร้างอาคารมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่วางภายใน ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง — dpt.go.th

สำหรับกฎหมายความปลอดภัยในที่ทำงานและอาคารสาธารณะ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีกฎหมายที่กำหนดให้นายจ้างต้องจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย รวมถึงการป้องกันอัคคีภัย ซึ่งโดยนัยครอบคลุมถึงเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ทำงานด้วย ดูข้อมูลได้ที่ กระทรวงแรงงาน — labour.go.th

ข้อสังเกตสำคัญ

ช่องว่างในกฎหมายไทยที่ยังไม่กำหนดมาตรฐานทนไฟขั้นต่ำของเฟอร์นิเจอร์พลาสติกในอาคารสาธารณะโดยเฉพาะ หมายความว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ได้มาตรฐานทนไฟในปัจจุบันยังเป็นเรื่องของจริยธรรมและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมาย

สถานที่ไหนบ้างที่กฎหมายกำหนดต้องใช้วัสดุทนไฟ?

แม้กฎหมายไทยยังไม่ได้กำหนดเรื่องเฟอร์นิเจอร์พลาสติกโดยตรง แต่มีสถานที่หลายประเภทที่กฎหมายและมาตรฐานสากลกำหนดว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยจากไฟเป็นพิเศษ

สถานที่ที่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ผ่านมาตรฐาน Flame Retardant
โรงแรม
ห้องพัก ล็อบบี้ ห้องประชุม ห้องอาหาร มีผู้เข้าพักที่ไม่คุ้นเคยกับผังอาคาร หนีไฟได้ยากกว่า ความเสี่ยงสูงมาก
โรงเรียน
ห้องเรียน โรงอาหาร ห้องประชุม มีเด็กจำนวนมากที่ตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้ช้ากว่าผู้ใหญ่
โรงพยาบาล
ห้องผู้ป่วย ห้องรอ ทางเดิน มีผู้ป่วยที่เคลื่อนที่ไม่ได้เองและต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ในการอพยพ
ห้างสรรพสินค้า
พื้นที่นั่งพัก ร้านอาหาร โซน Food Court มีคนจำนวนมากและหลากหลาย การอพยพทำได้ช้ากว่าอาคารสำนักงาน
สนามบิน
พื้นที่ผู้โดยสาร เก้าอี้รอขึ้นเครื่อง มาตรฐานความปลอดภัยของ ICAO กำหนดข้อกำหนดเรื่องวัสดุในสนามบินไว้เข้มงวด
สำนักงาน
ห้องประชุม พื้นที่ Co-working ห้อง Break room อาคารสำนักงานขนาดใหญ่มีคนทำงานพร้อมกันหลายร้อยคน

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงเมื่อใช้เฟอร์นิเจอร์ไม่ผ่านมาตรฐาน

เพื่อให้เห็นภาพว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ในอดีตมีเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสาธารณะทั้งในไทยและต่างประเทศหลายครั้งที่การสอบสวนพบว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานทนไฟเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไฟลามเร็วและมีผู้เสียชีวิตมากกว่าที่ควรจะเป็น

ในเชิงกฎหมาย ผู้ประกอบการที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานในอาคารสาธารณะอาจเผชิญกับความรับผิดทางแพ่งและทางอาญาได้ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้และมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แม้กฎหมายไทยจะยังไม่กำหนดมาตรฐานนี้โดยตรง แต่ความรับผิดจากการประมาทเลินเล่อในการดูแลความปลอดภัยของลูกค้าและผู้ใช้บริการมีอยู่แล้วในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

นอกจากนี้ธุรกิจโรงแรมและสถานที่จัดงานที่ต้องการการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐาน HACCP สำหรับโรงแรมที่มีห้องอาหาร หรือมาตรฐาน ISO 45001 สำหรับความปลอดภัยในการทำงาน มักมีข้อกำหนดเรื่องวัสดุในพื้นที่อยู่ด้วย

สาร Flame Retardant ปลอดภัยกับมนุษย์ไหม?

คำถามนี้สำคัญมากและมักไม่ถูกพูดถึงในการขายสินค้า ความจริงคือสาร Flame Retardant บางกลุ่มมีความกังวลด้านสุขภาพที่ต้องรู้

กลุ่ม Halogenated Flame Retardants (HFRs) โดยเฉพาะพวก Brominated เช่น PBDE (Polybrominated Diphenyl Ethers) เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงแต่เป็นที่ถกเถียงด้านสุขภาพมากที่สุด สาร PBDE บางชนิดถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรปและบางรัฐของสหรัฐอเมริกาแล้ว เพราะพบว่าสะสมในเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตและมีผลต่อระบบฮอร์โมนได้

กลุ่ม Phosphorus-based และ Nitrogen-based ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ไม่สะสมในร่างกาย ย่อยสลายได้ดีกว่า และเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมกำลังมุ่งไป แต่ราคาสูงกว่าและประสิทธิภาพทนไฟอาจต่ำกว่าในบางการใช้งาน

กลุ่ม Inorganic เช่น Aluminium Hydroxide ถือว่าปลอดภัยที่สุดในกลุ่ม ไม่มีความเป็นพิษ ย่อยสลายได้ดี แต่ต้องใช้ปริมาณมากกว่าจึงจะได้ผล ทำให้น้ำหนักชิ้นงานสูงขึ้นและการขึ้นรูปพลาสติกยากขึ้น

โดยรวมแล้ว เฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่มี Flame Retardant ผสมอยู่ ถ้าใช้งานปกติในสภาพอุณหภูมิห้องจะไม่มีการปล่อยสารพิษออกมาในปริมาณที่เป็นอันตราย สารจะปล่อยออกมาก็ต่อเมื่อถูกเผาหรือได้รับความร้อนสูงมาก ซึ่งในกรณีนั้นอันตรายจากไฟก็มากกว่าอยู่แล้ว

วิธีตรวจสอบว่าเก้าอี้ที่จะซื้อผ่านมาตรฐานทนไฟหรือเปล่า

สำหรับผู้ซื้อทั่วไปที่ไม่มีห้องแล็บ มีวิธีเบื้องต้นที่ช่วยคัดกรองได้ดังนี้

ขอใบรับรองมาตรฐานจากผู้ขาย คือวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุด เก้าอี้ที่ผ่าน UL 94 V-0 หรือ V-1 จริงจะมีเอกสารรับรองจากห้องแล็บที่ได้รับการรับรองมาให้ได้ ถ้าผู้ขายไม่มีหรือยืนยันไม่ได้ ให้ถือว่าไม่ผ่านมาตรฐาน

มองหาสัญลักษณ์หรือการระบุบนตัวสินค้า พลาสติกที่ผ่านมาตรฐาน UL 94 บางรุ่นมีการพิมพ์ระดับไว้บนชิ้นงาน เช่น "94V-0" หรือ "94V-2" แต่วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะสินค้าที่ผู้ผลิตตั้งใจระบุ ไม่ใช่ทุกยี่ห้อจะทำ

สอบถามผู้ผลิตโดยตรง สำหรับการจัดซื้อจำนวนมากหรือโครงการสำคัญ ควรติดต่อผู้ผลิตโดยตรงเพื่อขอข้อมูลสเปกวัสดุ (Material Specification Sheet) ซึ่งจะระบุว่าพลาสติกที่ใช้มีสาร Flame Retardant ผสมอยู่ระดับไหน

ทดสอบเบื้องต้นด้วยไฟแช็ก (ทำในที่ปลอดภัยเท่านั้น) วิธีนี้ไม่ใช่การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ แต่พอบอกได้คร่าว ๆ ว่าพลาสติกตัวนั้นดับไฟเองได้ไหมหลังเอาแหล่งความร้อนออก ถ้าดับทันทีหรือภายในไม่กี่วินาที แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะมีสาร Flame Retardant อยู่ ถ้าลามต่อไปเรื่อย ๆ แสดงว่าไม่มี หรือมีน้อยมาก

แหล่งข้อมูลที่ควรรู้จัก
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — tisi.go.th
กรมโยธาธิการและผังเมือง (กฎหมายอาคาร) — dpt.go.th
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — disaster.go.th
มาตรฐานสากล ISO ที่เกี่ยวข้อง — iso.org

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ซื้อแต่ละกลุ่ม

ความต้องการเรื่อง Flame Retardant ไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าจะนำเก้าอี้ไปใช้ที่ไหนและในบริบทไหน

บ้านทั่วไป
ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐาน Flame Retardant โดยเฉพาะ แต่ควรซื้อจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือและระบุชนิดพลาสติกที่ใช้ชัดเจน
โรงเรียน
ควรเลือกเก้าอี้ที่ผ่าน UL 94 V-2 ขึ้นไป และขอเอกสารรับรองจากผู้ขาย เพื่อลดความเสี่ยงในห้องเรียนที่มีเด็กจำนวนมาก
โรงแรม / รีสอร์ท
ควรเลือก V-1 หรือ V-0 สำหรับพื้นที่ที่มีผู้พักอาศัย และควรขอรายงานผลการทดสอบจากห้องแล็บอย่างเป็นทางการ
โรงพยาบาล
ต้องการ V-0 สำหรับพื้นที่ผู้ป่วยวิกฤต และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาคารก่อนตัดสินใจ
สำนักงาน / Co-working
ห้องประชุมและพื้นที่ที่มีคนพร้อมกันมากควรเลือก V-1 ขึ้นไป ห้องสำนักงานทั่วไปใช้ V-2 ได้
ร้านอาหาร
เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งความร้อนจากการปรุงอาหาร ควรเลือกเก้าอี้ที่ระบุว่าทนความร้อนและมีสาร Flame Retardant ผสม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานเก้าอี้พลาสติกในไทยและสินค้าที่ผ่านมาตรฐาน มอก. สามารถดูได้ที่ สมอ. — tisi.go.th และติดตามบทความความรู้เรื่องเก้าอี้พลาสติกเพิ่มเติมได้ที่ Srithaionline.com/article

สรุป: เรื่องเล็กที่คนมองข้าม แต่ผลที่ตามมาไม่เล็กเลย

มาตรฐาน Flame Retardant ในเฟอร์นิเจอร์พลาสติกยังเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเพราะกฎหมายยังไม่บังคับโดยตรง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงไม่มีอยู่ สำหรับสถานที่ที่มีคนจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ผ่านมาตรฐานทนไฟไม่ใช่ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน แต่คือการลงทุนในความปลอดภัยของคนที่เราดูแลรับผิดชอบ

แท็ก: Flame Retardant เก้าอี้พลาสติกทนไฟ มาตรฐาน UL 94 ความปลอดภัยอาคาร เพลิงไหม้ Srithaionline
บทความที่เกี่ยวข้อง
© 2568 Srithaionline.com — สงวนลิขสิทธิ์ อ่านบทความอื่น ๆ

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร