ลองนึกถึงเก้าอี้พลาสติกสีขาวขาสี่ขา ที่นั่งพลาสติก พนักพิงพลาสติก ทุกอย่างเป็นพลาสติกชิ้นเดียว ซ้อนกันได้ หยิบง่าย น้ำหนักเบา ราคาถูก ภาพที่นึกออกใช่ไหมครับ? นั่นแหละคือ Monobloc Chair
คำว่า "Monobloc" มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลตรงตัวว่า "ชิ้นเดียว" (Mono = หนึ่ง, Bloc = ก้อน/ชิ้น) ซึ่งสะท้อนวิธีการผลิตได้ชัดเจนมาก เพราะเก้าอี้ตัวนี้ขึ้นรูปมาจากพลาสติกชิ้นเดียว ไม่มีสกรู ไม่มีการประกอบ ไม่มีชิ้นส่วนแยก ออกจากแม่พิมพ์มาก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ทันที
ฟังดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณรู้ว่าเก้าอี้ตัวนี้กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่งานแต่งงานในเอเชีย ไปจนถึงคาเฟ่ในยุโรป ร้านกาแฟในแอฟริกา โรงเรียนในอเมริกาใต้ และแน่นอน ร้านหมูกระทะ ตลาดนัด และบ้านเรือนของคนไทยนับล้านหลัง คุณอาจจะเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เก้าอี้ธรรมดาเลย
"Monobloc Chair คือเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ — มากกว่าเก้าอี้ทุกแบบที่คุณนึกออก รวมกัน"
นี่คือเรื่องที่น่าแปลกมากในโลกของการออกแบบ เพราะโดยปกติเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังมักมีชื่อนักออกแบบที่ชัดเจน เช่น Eames Lounge Chair ของ Charles และ Ray Eames หรือ Barcelona Chair ของ Mies van der Rohe แต่ Monobloc Chair กลับไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใครออกแบบเป็นคนแรก
ที่รู้แน่ ๆ คือ เก้าอี้พลาสติกขึ้นรูปชิ้นเดียวเริ่มปรากฏขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 โดยมีบริษัทหลายแห่งในยุโรปอ้างว่าตัวเองเป็นผู้คิดค้นก่อน สิทธิบัตรก็มีหลายฉบับในช่วงนั้น แต่ไม่มีฉบับไหนที่ถูกยอมรับว่าเป็น "ต้นฉบับ" อย่างแท้จริง
ชื่อที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดในฐานะผู้บุกเบิกคือ Colombo นักออกแบบชาวอิตาลีที่ทดลองกับพลาสติกมาตั้งแต่ยุค 60s รวมถึง Henry Massonnet ผู้ผลิตชาวฝรั่งเศส ที่ผลิต Fauteuil 300 ในปี 1972 ซึ่งหลายคนมองว่าใกล้เคียงกับ Monobloc ที่เราเห็นกันมากที่สุด แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งอยู่ดี
ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้นักประวัติศาสตร์ด้านการออกแบบบางคนเรียก Monobloc ว่าเป็น "เก้าอี้ที่ไม่มีพ่อ" เพราะมันเกิดขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีพลาสติกพร้อม ความต้องการตลาดพร้อม และหลายบริษัทก็กำลังทดลองอยู่ในเวลาเดียวกัน ทำให้มันไม่มีจุดกำเนิดที่ชัดเจนในแบบที่นักออกแบบคนเดียวนั่งวาดแบบแล้วบอกว่า "ฉันคิดค้นมัน"
| 1960s | เริ่มมีการทดลองผลิตเก้าอี้พลาสติกชิ้นเดียวในยุโรป |
| 1972 | Henry Massonnet ผลิต Fauteuil 300 ในฝรั่งเศส |
| 1980s | กระจายออกสู่ตลาดโลก ราคาตกลงจากการผลิตจำนวนมาก |
| 1990s+ | กลายเป็นเก้าอี้สากลที่มีอยู่ทุกประเทศในโลก |
ตัวเลข 600 ล้านตัวนั้นประเมินโดยนักวิจัยและนักออกแบบหลายคน รวมถึงที่ถูกอ้างถึงในนิทรรศการ Monobloc: A Chair for the World ที่จัดในเมืองเบรเมิน ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2017 โดยตัวเลขนี้แม้จะไม่ใช่ตัวเลขทางการจากองค์กรใด แต่ก็ถูกอ้างอิงอย่างกว้างขวางในวงการออกแบบและสื่อนานาชาติ
แต่ 600 ล้านตัวมันมากแค่ไหน? ลองเทียบดูครับ:
ถ้าเอาเก้าอี้ 600 ล้านตัวมาต่อกัน โดยเฉลี่ยแต่ละตัวกว้างประมาณ 53 เซนติเมตร คุณจะได้แถวเก้าอี้ที่ยาวประมาณ 318,000 กิโลเมตร ซึ่งมากพอที่จะวนรอบโลกได้ถึง 8 รอบ หรือพาดจากโลกไปถึงดวงจันทร์ได้เลย
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมการผลิตที่ยังเดินหน้าต่อเนื่องในจีน อินเดีย ตุรกี บราซิล และประเทศผู้ผลิตอีกหลายสิบประเทศทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าจำนวนจริง ๆ ในปัจจุบันน่าจะสูงกว่า 600 ล้านตัวไปมากแล้ว
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ไม่มีสินค้าอุปโภคบริโภคชิ้นไหนในโลกที่มีตัวเลขการผลิตใกล้เคียงกับเก้าอี้ตัวนี้ในแง่ของ "เฟอร์นิเจอร์" รถยนต์ Toyota ที่ขึ้นชื่อว่าขายดีที่สุดในโลกยังมียอดการผลิตรวมหลายสิบล้านคัน เก้าอี้ Monobloc อยู่คนละลีกกันเลย
หลายคนมองว่า Monobloc Chair น่าเกลียด ดูถูก ไม่มีสไตล์ แต่ถ้ามองในแง่วิศวกรรมและการออกแบบเชิงฟังก์ชัน นี่คืองานออกแบบที่ชาญฉลาดมากชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์
ทำไมถึงเป็นพลาสติกชิ้นเดียว? เพราะการขึ้นรูปพลาสติกด้วยแม่พิมพ์ฉีด (Injection Molding) นั้น ยิ่งชิ้นส่วนน้อยยิ่งดี เพราะลดขั้นตอนการประกอบ ลดแรงงาน ลดโอกาสผิดพลาด และลดต้นทุนโดยรวม การทำเก้าอี้ทั้งตัวด้วยแม่พิมพ์เดียวจึงเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุดทางเศรษฐกิจ
ทำไมถึงมีรูบนพนักพิง? หลายคนคิดว่ารูนั้นมีไว้ให้อากาศถ่ายเท แต่จริง ๆ แล้วรูบนพนักพิงและที่นั่งมีหน้าที่ทางวิศวกรรมโดยตรง ได้แก่ ลดปริมาณพลาสติกที่ใช้ ลดน้ำหนัก ลดแรงดันในแม่พิมพ์ขณะฉีด และที่สำคัญคือช่วยให้พลาสติกเย็นตัวสม่ำเสมอโดยไม่โก่งงอ
ทำไมซ้อนกันได้? นี่คือฟีเจอร์สำคัญที่ทำให้ Monobloc ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ มุมเอียงของขาและขอบที่นั่งถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อให้เก้าอี้วางซ้อนกันได้โดยไม่ติดกัน สามารถซ้อนได้ 6-10 ตัว ทำให้เก็บและขนส่งได้ง่ายมาก
ทำไมถึงเป็นสี่ขา ไม่ใช่สามขาหรือฐานเดียว? ขาสี่ขาคือการประนีประนอมที่สมบูรณ์แบบระหว่างเสถียรภาพ (ไม่ล้มง่าย) น้ำหนัก (ไม่หนักเกิน) และการซ้อนทับ (ซ้อนได้โดยไม่บิดเบี้ยว) เก้าอี้สามขาไม่เสถียรพอเมื่อน้ำหนักตกไปด้านใดด้านหนึ่ง เก้าอี้ฐานเดียวซ้อนยาก
Monobloc Chair ส่วนใหญ่ผลิตจาก Polypropylene (PP) ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง ทนความร้อน ทนความชื้น ไม่สนิม และขึ้นรูปได้ง่าย
แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่ใช้ PP คุณภาพดี เก้าอี้ราคาถูกบางยี่ห้ออาจใช้ Polyethylene (PE) หรือ Polystyrene (PS) ซึ่งมีคุณสมบัติต่างกัน โดยเฉพาะในแง่ของความทนทานต่อแสง UV และอุณหภูมิสูง ในประเทศเมืองร้อนอย่างไทย ความแตกต่างตรงนี้มีผลมากต่ออายุการใช้งาน
วิธีง่าย ๆ ที่ใช้เช็กว่าเก้าอี้ที่คุณซื้อทำจากอะไร คือมองหาสัญลักษณ์รีไซเคิลใต้เก้าอี้ สัญลักษณ์นั้นจะมีตัวเลขและตัวอักษรกำกับ ตัวเลข 5 และตัวอักษร PP หมายถึง Polypropylene ซึ่งเป็นเกรดที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานกลางแจ้งในเมืองไทย
นอกจากนี้ยังมีการเติมสารเติมแต่ง (Additives) ลงในพลาสติกระหว่างผลิต เช่น สาร UV Stabilizer ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพจากแสงแดด เก้าอี้ที่มีสาร UV Stabilizer เพิ่มจะทนแดดได้นานกว่าเก้าอี้ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่มักจะราคาสูงขึ้นด้วย
ความสำเร็จระดับโลกของ Monobloc Chair ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยหลายอย่างที่ประจวบเหมาะกันพอดีในช่วงทศวรรษ 1980-1990
ราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง: ด้วยกระบวนการผลิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องใช้แรงงานประกอบ ต้นทุนวัตถุดิบต่ำ ทำให้ราคาของ Monobloc ต่ำมากเมื่อเทียบกับเก้าอี้ชนิดอื่น ในหลายประเทศสามารถซื้อได้ในราคาเทียบเท่ากับอาหารมื้อเดียว
ขนส่งได้ง่ายมาก: เพราะซ้อนกันได้ คอนเทนเนอร์เดียวจึงบรรจุเก้าอี้ได้หลายร้อยตัว ต้นทุนการขนส่งต่อตัวจึงต่ำมาก ทำให้การส่งออกไปทุกประเทศทั่วโลกทำกำไรได้
ไม่ต้องดูแลมาก: เช็ดทำความสะอาดง่าย ไม่ขึ้นสนิม ไม่ต้องทาสี ไม่ต้องอบน้ำมัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในทุกวัฒนธรรมที่ต้องการความสะดวกสบาย
ข้ามวัฒนธรรมได้: Monobloc ไม่มีสัญลักษณ์หรือรูปแบบที่ผูกกับวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง มันไม่ได้ดูอิตาลี ไม่ได้ดูญี่ปุ่น ไม่ได้ดูสแกนดิเนเวีย มันแค่ดู "เป็นเก้าอี้" ซึ่งทำให้มันยอมรับได้ในทุกบริบทและทุกวัฒนธรรม
นอกจากนี้การที่จีนเข้ามาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1990 ยิ่งทำให้ราคาถูกลงไปอีก และกระจายออกไปยังประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกได้รวดเร็วกว่าเดิม
สำหรับคนไทย Monobloc Chair นั้นคุ้นเคยมากจนไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษอะไร คุณเจอมันได้ในงานฌาปนกิจ งานแต่งงาน งานบวช ตลาดนัด ร้านอาหารริมถนน หน้าบ้าน สนามหญ้า สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และร้านหมูกระทะ ซึ่งนับเป็น "ถิ่นพำนัก" ที่เหมาะมากของเก้าอี้ตัวนี้ในบ้านเรา
ประเทศไทยมีทั้งโรงงานที่ผลิตเก้าอี้พลาสติกประเภทนี้เองและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ปัจจุบันมีผู้ผลิตในประเทศหลายราย บางรายโฆษณาจุดขายว่าใช้พลาสติก PP เกรดพิเศษที่ทนแดดได้ดีกว่าของนำเข้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคควรตรวจสอบก่อนซื้อ
ที่น่าสังเกตคือ สีของ Monobloc ในไทยมักเป็นสีขาว ต่างจากในหลายประเทศในแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ที่นิยมสีสด เช่น แดง เขียว น้ำเงิน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรสนิยมของผู้บริโภคไทยและการที่สีขาวทำความสะอาดง่ายและดูสะอาดตากว่าในสายตาคนไทย
ข้อมูลเพิ่มเติม: หากต้องการข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์พลาสติกในไทย สามารถตรวจสอบได้ที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — tisi.go.th ซึ่งมีมาตรฐาน มอก. สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกหลายประเภท
เรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ Monobloc Chair ไม่ได้ถูกมองข้ามจากโลกศิลปะและการออกแบบ ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นหัวข้อที่นักออกแบบ ศิลปิน และนักวิชาการด้านวัฒนธรรมวัตถุ (Material Culture) ให้ความสนใจมาก
ในปี 2017 Museum Weserburg ในเมืองเบรเมิน ประเทศเยอรมนี จัดนิทรรศการชื่อ Monobloc: A Chair for the World ที่รวบรวมภาพถ่าย บทวิเคราะห์ และงานศิลปะที่เกี่ยวกับเก้าอี้ตัวนี้จากทั่วโลก นิทรรศการดังกล่าวตั้งคำถามว่า อะไรทำให้วัตถุที่ "ไม่มีเอกลักษณ์" กลายเป็นสัญลักษณ์ร่วมของมนุษยชาติได้?
ช่างภาพหลายคนใช้ Monobloc เป็น Prop ในงานถ่ายภาพสารคดี เพราะมันปรากฏในบริบทที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ค่ายผู้ลี้ภัยในตะวันออกกลาง ไปจนถึงงานประชุมสหประชาชาติ จากกระท่อมในชนบทแอฟริกาไปจนถึงระเบียงอพาร์ทเมนต์ในปารีส
ศิลปินบางคนมองว่า Monobloc เป็นสัญลักษณ์ของ "ความเท่าเทียม" เพราะไม่ว่าคนจะรวยหรือจนก็นั่งเก้าอี้แบบเดียวกัน บางคนมองว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของ "โลกาภิวัตน์" ที่ดีและชั่วในเวลาเดียวกัน เพราะมันสะดวกสบายแต่ก็สร้างขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล
"ไม่มีวัตถุชิ้นไหนในประวัติศาสตร์ที่อยู่ในทุกบริบทของชีวิตมนุษย์ได้พร้อมกันอย่าง Monobloc — ตั้งแต่ฉากสงครามไปจนถึงงานแต่งงาน"
— นักวิชาการด้านการออกแบบร่วมสมัย
ด้านมืดของเก้าอี้ 600 ล้านตัวคือ ท้ายที่สุดแล้วเก้าอี้เหล่านั้นต้องกลายเป็นขยะ และขยะพลาสติกขนาดใหญ่อย่างเก้าอี้นั้นรีไซเคิลยากกว่าขวดน้ำหรือถุงพลาสติกมาก
ปัญหาหลักคือ เก้าอี้ที่เสื่อมสภาพจากแสง UV มักเปลี่ยนโครงสร้างพลาสติกจนรีไซเคิลไม่ได้คุณภาพเดิม เก้าอี้ที่ผสมสีเข้มหรือสารต่าง ๆ ก็แยกยากในกระบวนการรีไซเคิล ในประเทศไทยโรงงานรีไซเคิลส่วนใหญ่ไม่รับเก้าอี้พลาสติกขนาดใหญ่ เพราะต้นทุนการแยกประเภทและบดย่อยสูงกว่ามูลค่าที่ได้
กรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติกในประเทศไทยที่น่าสนใจมาก คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ กรมควบคุมมลพิษ — pcd.go.th และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม — diw.go.th
ทางออกที่หลายประเทศกำลังสำรวจคือการใช้พลาสติกรีไซเคิล (Recycled PP) มาผลิต Monobloc ใหม่ บริษัทบางแห่งในยุโรปเริ่มทำแล้ว และใช้ PP รีไซเคิลได้มากถึง 100% แต่ต้นทุนสูงกว่าและสีที่ได้มักเป็นสีเทาหรือดำจากสีของพลาสติกที่นำมารีไซเคิล
ก่อนจะจบบทความนี้ ขอฝากเคล็ดลับสำหรับการเลือกซื้อเก้าอี้พลาสติกให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย
สำหรับข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์พลาสติกในประเทศไทย สามารถดูได้ที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งมีประกาศมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับผู้บริโภค
และถ้าอยากรู้ว่าควรเลือกซื้อเก้าอี้หรือโต๊ะพลาสติกยี่ห้อไหนดี สามารถติดตามบทความรีวิวและเปรียบเทียบสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Srithaionline.com
Monobloc Chair คือหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20 แต่เราแทบไม่เคยคิดถึงมันเลย มันอยู่ใกล้เราตลอดเวลา ถูกนั่งทับทุกวัน แต่ไม่มีใครถามว่า "มันมาจากไหน?" หรือ "ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?" บทความนี้หวังว่าจะทำให้คุณมองเก้าอี้พลาสติกตัวต่อไปที่เห็นด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปบ้าง เพราะบางครั้ง ของที่ "ธรรมดา" ที่สุดในชีวิต คือของที่มีเรื่องราวน่าสนใจที่สุดเสมอ